Picture
“ความเศร้าหมองสามารถคลายลงได้ด้วยการวุ่นทำอะไรสักอย่าง”
“กำลังใจของคนเรานั้นจะพวยพุ่งขึ้นอย่างมาก เมื่อเราทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งสำเร็จ แท้จริงแล้ว จะเห็นได้ว่า ผลงานคือรากฐานของกำลังใจ” –
แอล รอน ฮับบาร์ด


เราต่างรู้ดีว่า ความกระตือรือร้น ขยันหมั่นเพียรคือ ปัจจัยสำคัญที่จะนำพาไปสู่ความสำเร็จ ผู้ประสบความสำเร็จทุกคนล้วนมีความมุมานะอุตสาหะ ทำงานอย่างไม่ย่อท้อ จนก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิตได้  ความขยันหมั่นเพียรนี้ยังเป็นยาบำรุงหัวใจขนานเอก เป็นบ่อเกิดของความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง และความขยันหมั่นเพียรก็เป็นยาวิเศษที่รักษาความเศร้า และสร้างกำลังใจได้อย่างดีเยี่ยม

หากคุณกำลังเศร้าหมอง สับสน หรือท้อแท้ ลองหยิบอะไรซักอย่างขึ้นมาทำ หาอะไรสักอย่างที่เมื่อคุณทำสำเร็จแล้ว คุณจะรู้สึกมีความสุขกับตนเอง งานเล็กๆ น้อยๆ เช่น การทำความสะอาดบ้าน รดน้ำต้นไม้ พรวนดินในสวนหย่อม หรือล้างรถ มีคุณค่ามากมายในการเสริมสร้างพลังใจให้กับคนเรา เมื่อทำเสร็จหนึ่งอย่างแล้ว ก็หาสิ่งต่อไปที่มีประโยชน์ไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ตาม ทำสิ่งนั้นให้เสร็จ แล้วก็ทำสิ่งอื่นต่อไปเรื่อยๆ การสร้างคุณค่าให้ตนเองด้วยสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้จะช่วยอุ่นเครื่องยนต์ในหัวใจคุณ และทำให้คุณพร้อมเผชิญกับงาน หรือปัญหาใหญ่ยักษ์อื่นๆ ที่รออยู่

การหยุดนิ่งและจมอยู่กับความเศร้าไม่มีทางทำให้คุณหายเศร้า  
การเฝ้ารอกำลังใจจากใครซักคนยามคุณเหนื่อยล้า ไม่ได้ช่วยทำให้งานเสร็จเร็วขึ้น
การลงมือทำอะไรสักอย่างให้เสร็จคือ สิ่งที่จะฉุดคุณขึ้นมาจากความหม่นหมอง และสร้างกำลังใจได้อย่างแท้จริง


เพราะผลงาน คือรากฐานของกำลังใจ




Copyright © 2012 Life Consultant Institute of Siracha. All Rights Reserved. Grateful acknowledgment is made to L. Ron Hubbard Library for permission to reproduce selections from the copyrighted works of L. Ron Hubbard."


 
Picture
 “ความตั้งใจ” นั้น เป็นคำง่ายๆ ที่มีพลังอย่างไม่น่าเชื่อ ทุกสิ่งที่เราทำ ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน การใช้ชีวิตคู่ การทำกับข้าว หรือการเรียนวาดรูป หากทำอย่างตั้งใจแล้ว โอกาสที่จะประสบความสำเร็จย่อมมีมากกว่าหลายเท่า ผู้ที่ประสบความสำเร็จไม่ว่าจะอาชีพใดก็ตาม ล้วนมีความตั้งใจอันแน่วแน่ที่จะประสบความสำเร็จเป็นตัวต้น

หากมองในมุมที่ใกล้ตัวเรามากขึ้น “ความตั้งใจ” นี้ ยังถือเป็นส่วนประกอบที่สำคัญยิ่งของการสื่อสาร

นักขายบางคนช่างประจบเอาใจลูกค้า แต่ไม่เคยปิดการขายได้สำเร็จ คุณครูบางคนพยายามสารพัดวิธีให้นักเรียนในชั้นเลิกส่งเสียงดัง แต่ก็ห้ามได้เพียงชั่วครู่ คนบางคนรู้สึกเหมือนยิ่งเราพยายามพูดเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งไม่สนใจฟังเราเท่านั้น  เพราะเหตุใด?

“สิ่งที่ทำหน้าที่สื่อสารคือ ความตั้งใจ ไม่ใช่คำพูด เมื่อความตั้งใจที่จะสื่อสารส่งไปถึงผู้รับ การสื่อสาร [ของเรา] ก็จะไปถึงเช่นกัน” – แอล รอน ฮับบาร์ด

หากปราศจากความตั้งใจที่เป็นเสมือนคลื่นส่งผ่านความคิดของเราตรงไปยังคู่สนทนาแล้ว คำพูดที่พูดออกไป ไม่ว่าจะคัดสรรถ้อยคำมาดีเพียงใด ก็ไม่อาจเดินทางไปถึงใจผู้ฟังได้ แต่ถ้าสื่อสารออกไปด้วยความตั้งใจแน่วแน่ที่จะให้ผู้ฟังเข้าใจ และเห็นตามเราแล้ว ผู้รับสารย่อมรับรู้ และเข้าใจในสิ่งที่เราต้องการจะสื่อได้ 

ตัวอย่างเช่น นักขายที่ตั้งใจฟังความต้องการของลูกค้า และตั้งใจแนะนำผลิตภัณฑ์ที่ตรงความต้องการของลูกค้าเพื่อนำไปสู่การขาย ย่อมขายของได้ดีกว่านักขายที่มัวแต่กังวลว่าลูกค้าจะไม่สนใจซื้อ คุณครูที่ตั้งใจบอกกล่าวนักเรียน ย่อมทำให้นักเรียนเชื่อฟังได้ดีกว่าคุณครูที่สอนนักเรียนไป แต่ใจก็พะวงเรื่องทางบ้าน ชายหนุ่มขี้อายที่ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะบอกกล่าวให้เธอคนนั้นรับรู้ถึงความรู้สึกของเขา และตั้งใจสื่อสารออกไป มักจะสะกดใจเธอได้ก่อนที่เขาจะปริปากพูดเสียอีก

ใส่ความตั้งใจลงไปในทุกสิ่งที่คุณทำ รวมทั้งทุกเรื่องที่คุณต้องการจะสื่อสาร พลังแห่งความตั้งใจนั้นจะทำให้การสื่อสารของคุณราบรื่น และบรรลุถึงสิ่งที่คุณมุ่งมาดปรารถนา 

“ถ้าคุณตั้งใจให้บางอย่างเกิดขึ้น มันก็จะเกิดขึ้น ถ้าคุณตั้งใจให้มันเกิดขึ้น การพูดออกมาไม่ใช่ความตั้งใจ ความตั้งใจคือ คลื่นที่นำพาคำพูด” – แอล รอน ฮับบาร์ด


Copyright © 2012 Life Consultant Institute of Siracha. All Rights Reserved. Grateful acknowledgment is made to L. Ron Hubbard Library for permission to reproduce selections from the copyrighted works of L. Ron Hubbard.


 
Picture
    “ความสามารถน้อยนิดอย่างเธอจะไปสมัครตำแหน่งนี้ คิดดีแล้วเหรอ?”
  
    “ทำใจเถอะ เธอสู้เด็กจบใหม่ไม่ได้หรอก”
    
    “หวังสูงอย่างนี้ พลาดแล้วอย่าหาว่าไม่เตือนนะ”
    
    “อ้วนขนาดนี้อยากจะเป็นนางแบบ?”

 
           
บ่อยครั้งแค่ไหนที่คุณเคยได้ยินคำพูดเหล่านี้ คำพูดที่เหมือนจะประสงค์ดี แต่ฟังแล้วรู้สึกเจ็บลึกๆ ในใจอย่างบอกไม่ถูก หรือ    บางทีก็เป็นคำพูดที่เหมือนจงใจบดขยี้ให้คุณแหลกไปเสียตรงหน้า สำหรับคนที่ไม่เคยประสบพบเจอคนประเภทนี้ในชีวิต ถือว่าโชคดีอย่างยิ่ง ส่วนคนที่ต้องพบเจอคำพูดเหล่านี้วันแล้ววันเล่า ชีวิตคงหนีไม่พ้นความหดหู่หม่นหมอง จนบางที อาจพลอยทำให้คิดไปว่า “เอ หรือว่าเราเป็นอย่างที่เขาว่าจริงๆ?”
  
“แท้จริงแล้ว คนเหล่านี้กำลังพยายามทำอะไรกับผู้อื่นอยู่หรือ พวกเขากำลังพยายามกดดันให้ผู้อื่นตกต่ำลงนั่นเอง เขาจะต้องมีความคิดว่า ผู้อื่นนั้นเป็นอันตรายต่อเขาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และถ้าคนๆ นั้นเกิดประสบความสำเร็จขึ้นมา ก็จะเป็นภัยคุกคามต่อตัวเขาได้ เพราะฉะนั้น เขาจึงพยายามลดคุณค่าในความสามารถและศักยภาพของผู้อื่นด้วยวิธีการต่างๆ” – แอล รอน ฮับบาร์ด
 
ลึกๆ ในใจนั้น เขากลัวคุณจับใจ กลัวว่าถ้าคุณแข็งแรงขึ้น เขาจะไม่ปลอดภัย ซึ่งเป็นความคิดที่ปราศจากเหตุผลโดยสิ้นเชิง!
 
วิธีในการจัดการกับสถานการณ์เช่นนี้ทำได้หลายวิธี แต่วิธีจัดการในระยะยาวที่ได้ผลอย่างแท้จริงก็คือ:
 
“…วิธีที่แท้จริงที่จะชนะเขาได้ก็คือ การมั่งคั่งและเจริญรุ่งเรือง  เป็นเรื่องจริงทีเดียวว่า คนประเภทนี้ ถ้าเห็นคนอื่นได้ดีก็จะยิ่งโกรธแค้น และโจมตีหนักขึ้นไปอีก หากจำเป็นจริงๆ สิ่งที่เราควรทำก็คือรับมือกับคนๆ นั้น แต่จงอย่าเลิกล้มความพยายามที่จะมั่งคั่งและเจริญรุ่งเรือง เพราะการที่คุณล้มเลิกนั่นเองคือสิ่งที่คนเหล่านั้นต้องการ” – แอล รอน ฮับบาร์ด
 
รับฟังคำคนเหล่านั้นมา แล้วก็โยนมันทิ้งไปเสีย ใช้พลังทั้งหมดที่คุณมีทำตามฝันของคุณอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ จงเติบใหญ่และรุ่งเรืองในจุดหมายปลายทางของคุณ คนเหล่านั้นจะแพ้ภัยตนเอง โดยที่คุณไม่ต้องทำอะไรเขาเลย
 
ขอให้คุณจงมั่งคั่งและเจริญรุ่งเรือง

Copyright © 2012 Life Consultant Institute of Siracha. All Rights Reserved. Grateful acknowledgment is made to L. Ron Hubbard Library for permission to reproduce selections from the copyrighted works of L. Ron Hubbard.

 
Picture
“ทัศนคติของคนเราที่มีต่อชีวิต สร้างความแตกต่างให้กับการดำรงชีวิตได้...  วันใดที่คุณหยุดสร้างสภาพแวดล้อมของคุณเอง  เมื่อใดที่คุณหยุดสร้างสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัว  เมื่อใดที่คุณหยุดโบกมือวิเศษ และหยุดเติมความสวยงามและความอัศจรรย์ให้กับสิ่งรอบๆ ตัว  เมื่อนั้นสิ่งต่างๆ ก็จะไม่น่าอัศจรรย์ และไม่สวยงามอีกต่อไป” – แอล รอน ฮับบาร์ด

แท้จริงแล้ว ความเป็นไป หรือการเคลื่อนไหวของสิ่งรอบตัวเรานั้น ล้วนแล้วแต่มาจากทัศนคติของเราเองทั้งสิ้น ถ้าเรามองว่าโลกช่างหม่นหมอง มันก็จะหม่นหมอง ถ้าเรามองว่าโลกสวยงาม มันก็จะสวยงาม ความมหัศจรรย์ในชีวิตนั้นเกิดขึ้นได้ทุกวัน ทุกๆ เวลา ตามการสร้างสรรค์ของเราเอง แล้วเราจะสร้างสภาพแวดล้อมของเราเองได้อย่างไร? เราจะทำให้รอบตัวเรามีแต่สิ่งสวยงาม และเต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ได้อย่างไร?  


วิธีเติมความมหัศจรรย์ให้ชีวิต

1. มองไปรอบตัว และสิ่งรอบตัวคุณในขณะนี้
2. เขียนลงไปว่า คุณสามารถทำอะไรได้บ้าง เพื่อให้สภาพแวดล้อมสดชื่นแจ่มใสขึ้น
3. เขียนลงไปว่า คุณสามารถทำอะไรได้บ้าง เพื่อให้สภาพแวดล้อมสวยงามขึ้น
4. เขียนลงไปว่า คุณสามารถทำอะไรได้บ้าง เพื่อให้สภาพแวดล้อมมหัศจรรย์ขึ้น
5. ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งโลกของคุณเป็นโลกที่มีความสุขมากขึ้น

ลิขสิทธิ์ภาษาอังกฤษ: Copyright © 2011 TipsForSuccess.org. 
ลิขสิทธิ์ภาษาไทย: Copyright © 2012 Life Consultant Institute of Siracha. All Rights Reserved. Grateful acknowledgment is made to L. Ron Hubbard Library for permission to reproduce selections from the copyrighted works of L. Ron Hubbard.

 
Picture
ผ่านพ้นวันแม่ไปแล้ว หวังว่าทุกท่านจะมีโอกาสได้ทำสิ่งดีๆ เพื่อทดแทนพระคุณแม่กันทุกคน แต่ไม่ว่าจะเป็นวันแม่หรือวันไหน เราก็สามารถ และควรที่จะแสดงความเคารพรัก และดูแลเอาใจใส่คุณแม่... รวมทั้งคุณพ่อของเราเสมอ

“ลูกเป็นหนี้บุญคุณพ่อแม่ที่เลี้ยงดูเรามา... เราควรจำไว้เสมอว่า ท่านคือพ่อแม่เพียงคนเดียวของเรา ดังนั้น ไม่ว่าจะอย่างไร เราก็ควรที่จะให้ความเคารพและช่วยเหลือท่าน หนทางสู่ความสุขนั้นรวมไปถึงการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพ่อแม่ หรือผู้ที่เลี้ยงดูเรามา” – หนังสือหนทางสู่ความสุข, แอล รอน ฮับบาร์ด

การที่จะประสบความสำเร็จได้ดีนั้น ทุกส่วนทุกด้านในชีวิตของเราจะต้องสมดุลกัน และดำเนินไปได้ด้วยดี ทั้งเรื่องส่วนตัว ครอบครัว การงาน การมีส่วนร่วมในสังคม ฯลฯ  หากส่วนใดส่วนหนึ่งไม่สู้ดีนักก็จะพลอยฉุดรั้งส่วนอื่นๆ ตามไปด้วย การมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพ่อแม่จึงเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง ความสัมพันธ์ที่ร้าวฉานกับพ่อแม่ ขุ่นข้องหมองใจกัน สามารถฉุดรั้งความก้าวหน้าของเราได้ ในทางกลับกัน การมีความสัมพันธ์ที่ดี เข้าอกเข้าใจกันกับพ่อแม่จะเป็นรากฐานอันแข็งแกร่งที่ส่งเสริมความเจริญก้าวหน้าของเราได้ ความกตัญญูรู้คุณย่อมส่งผลให้เจริญรุ่งเรือง แล้วเราจะดูแลท่านอย่างไรได้บ้าง?

ตัวอย่าง 10 ข้อของแสดงความเคารพและช่วยเหลือพ่อแม่ของเรา

1. จดจำวันพ่อ วันแม่ และวันเกิดของท่านให้ได้เสมอ
2. พูดคุยหรือไปเยี่ยมท่านเป็นประจำ
3. เล่าเรื่องราวความสำเร็จของคุณให้ท่านฟัง
4. เลิกขอให้พ่อแม่แก้ปัญหาให้ หัดแก้ปัญหาด้วยตัวเอง
5. ปฏิบัติต่อท่านด้วยความเคารพ และให้เกียรติท่านอยู่เสมอ
6. ให้ความรัก ความกรุณาต่อท่าน 
7. จัดทำประกันสุขภาพให้ท่าน หรือวางแผนดูแลท่านในระยะยาวแบบที่ท่านต้องการ
8. บอกกล่าวพี่น้อง ลูกๆ หรือหลานๆ ของคุณรู้จักให้ความเคารพและช่วยเหลือท่าน
9. ในวาระสุดท้ายของชีวิตท่าน ช่วยเหลือให้ท่านจากไปอย่างสงบสุขที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
10. กล่าวขอบคุณท่านเสมอๆ ที่ได้เลี้ยงดู อบรมสั่งสอน และช่วยเหลือคุณจนเติบโต

พึงระลึกไว้เสมอว่า พ่อแม่คือคนที่อยากเห็นคุณประสบความสำเร็จมากกว่าใครๆ! ในโอกาสนี้ เราขออวยพร (ย้อนหลัง) ให้ผู้เป็นแม่ และพ่อทุกท่านพบแต่ความสุขสวัสดี ขอบพระคุณค่ะสำหรับความรักอันยิ่งใหญ่ที่ปราศจากเงื่อนไขของท่าน  : )


ลิขสิทธิ์ภาษาอังกฤษ: Copyright © 2011 TipsForSuccess.org. 
ลิขสิทธิ์ภาษาไทย: Copyright © 2012 Life Consultant Institute of Siracha. All Rights Reserved. Grateful acknowledgment is made to L. Ron Hubbard Library for permission to reproduce selections from the copyrighted works of L. Ron Hubbard.

 
Picture
คุณอาจจะเป็นเพื่อนของคนหลายๆ คน แต่เคยถามตัวเองไหมว่า คุณเป็นเพื่อนกับตัวคุณเองหรือเปล่า

คนที่รู้จักรักและชื่นชมตนเองนั้นมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จมากกว่าคนที่เกลียดชังตัวเองอยู่ตลอดเวลา การดูถูกตนเอง หรือมีทัศนคติในแง่ลบต่อตัวเองนั้นจะบั่นทอนจิตใจ และความสำเร็จของตัวคุณเองลงทีละเล็กทีละน้อย แล้วคุณจะรักตัวเองเพิ่มขึ้นได้อย่างไร? 


“ถ้าคุณรักคนอื่น คุณก็จะรักตัวเอง”
“ถ้าคุณเกลียดคนอื่น คุณก็จะเกลียดตัวเอง”
“สภาวะที่ดีต่อสุขภาพกายและใจก็คือ การเป็นเพื่อนกับตัวคุณเอง” – แอล รอน ฮับบาร์ด



แบบฝึกหัด
  1. ลองเกลียดคนรอบข้างดูซักหนึ่งนาที อาจเป็นคนที่นั่งโต๊ะตรงข้ามกับคุณ เพื่อนร่วมชั้น หรือคนข้างบ้าน พอเกลียดเขาเหล่านั้นแล้ว คุณรู้สึกอย่างไรกับตัวเอง?
  2. ตอนนี้ ให้รักคนรอบข้างคุณ มองไปรอบๆ และรู้สึกรักทุกคนที่คุณมองเห็น คุณรู้สึกอย่างไรกับตัวเอง?
  3. ฝึกรักผู้คนดูทั้งวัน หาสิ่งที่คุณสามารถรักในตัวคนๆ นั้นที่คุณพบเห็น คนๆ นั้นจะดูเลวร้ายจนคุณไม่อยากเข้าใกล้ แต่หากมองดูดีๆ อาจมีอะไรบางอย่างที่คุณสามารถรักได้ในตัวคนๆ นั้น ฝึกรักคนอื่นๆ ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งคุณรู้สึกดีขึ้นกับตัวเอง

เส้นทางสู่ความสำเร็จของคุณจะราบรื่นขึ้นมาก เมื่อคุณเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของตัวเอง!

ลิขสิทธิ์ภาษาอังกฤษ: Copyright © 2011 TipsForSuccess.org.
ลิขสิทธิ์ภาษาไทย: Copyright © 2012 Life Consultant Institute of Siracha. All Rights Reserved. Grateful acknowledgment is made to L. Ron Hubbard Library for permission to reproduce selections from the copyrighted works of L. Ron Hubbard.

 
Picture
“โดยพื้นฐานแล้ว ความสัมพันธ์ทางการแต่งงาน คือความสัมพันธ์ที่มีการพอสทูเลต (postulate) ขึ้นมา พอสทูเลต คือ การลงความเห็น การตัดสินใจ หรือการตั้งใจแน่วแน่เกี่ยวกับบางสิ่งบางอย่าง เมื่อใดที่เราหยุดพอสทูเลตชีวิตแต่งงาน เมื่อนั้นชีวิตการแต่งงานก็จะสิ้นสุดลง” – แอล รอน ฮับบาร์ด

ารแต่งงานนั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อน บางคนคิดว่า การแต่งงานเหมือนภาพยนต์ดีๆ เรื่องหนึ่ง แค่ซื้อแผ่นดีวีดีมาก็เปิดดูอย่างมีความสุขได้โดยไม่ต้องทำอะไร แต่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย การแต่งงานต้องอาศัยการสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง จึงจะคงอยู่ได้อย่างราบรื่น ทั้งสามีและภรรยาต้องคิดไว้เสมอว่า เราต้องการให้ชีวิตคู่เราไปได้ดี และเมื่อวาดภาพนั้นแล้ว ก็ต้องลงมือทำด้วยการใส่ใจดูแลกัน หมั่นรดน้ำพรวนดินในความรักไปเรื่อยๆ   
การ “สร้างสรรค์” ในชีวิตคู่นั้นทำได้หลากหลายวิธี เรามาดูตัวอย่างง่ายๆ 10 ข้อ ต่อไปนี้ในการ “สร้างสรรค์” ชีวิตแต่งงานกัน


  1. คิดวิธีทำให้แฟนหัวเราะวันละหลายๆ รอบ
  2. หากิจกรรมที่ทั้งสองคนชอบ และทำร่วมกัน เช่น ไปปลูกป่า เล่นกีฬา หรือหัดวาดรูป
  3. หมั่นชื่นชมความสำเร็จของกันและกัน
  4. คุณผู้หญิงควรหวีผมเผ้าให้เข้าทรง แต่งหน้าบ้างให้ดูสวยงาม ส่วนคุณผู้ชาย โปรดรักษากลิ่นปากและลมหายใจให้หอมสดชื่นอยู่เสมอ
  5. หาของขวัญเล็กๆ น้อยๆ มาทำเซอร์ไพรส์แฟนเราอยู่เรื่อยๆ เช่น กุหลาบสีสวยซักดอก หรือขนมชั้นเจ้าโปรดของเขา
  6. เขียนโน้ตเล็กๆ บอกรักเขา ติดไว้ที่หัวเตียง ตู้เย็น หรือกระจก
  7. เวลาไปต่างจังหวัด โทรศัพท์คุยกันอย่างน้อยวันละหน พร้อมถ่ายรูปสถานที่ที่คุณอยู่ส่งให้เขาดูทาง SMS ให้รู้สึกเหมือนว่าเราอยู่ที่เดียวกันเสมอ
  8. รักษาสุขภาพของเราเองด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกาย ไม่ต้องสวยเลือกได้ หรือหล่อบาดใจ แค่สุขภาพแข็งแรง ดูดีสำหรับเราสองคน
  9. พูดให้น้อยลงหน่อย ฟังเขาให้มากขึ้น
  10. วางแผนอนาคตร่วมกัน และคิดวิธีที่จะช่วยกันทำให้แผนนั้นสำเร็จลงได้

ใครคิดวิธีไหนได้อีก เชิญแสดงความคิดเห็นกันนะคะ 

Copyright © 2012 Life Consultant Institute of Siracha. All Rights Reserved. Grateful acknowledgment is made to L. Ron Hubbard Library for permission to reproduce selections from the copyrighted works of L. Ron Hubbard.

 
“It’s necessary that an individual feel somewhat confident in some direction. But it’s also very interesting that this need for status and self-esteem evaporates in the presence of real knowledge and a real esteem takes it place. And it’s that real esteem which is most impressive to self and to others because it’s producing results.” – L Ron Hubbard

“เป็นเรื่องจำเป็นที่บุคคลต้องรู้สึกมั่นใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ เมื่อเขามีความรู้ในเรื่องนั้นอย่างถ่องแท้ ความอยากได้ในยศศักดิ์และความผยองในตนจะมลายไป และถูกแทนที่ด้วยความเคารพนับถือที่แท้จริง ความเคารพนับถือนั้นนั่นเองที่น่าประทับใจสูงสุดทั้งสำหรับตนเอง และผู้อื่น เพราะ [มาจากการที่เขาผู้นั้น ใช้ความรู้] สร้างผลงานได้อย่างแท้จริง” –  แอล รอน ฮับบาร์ด

Picture
สิ่งที่ชี้วัด ว่าเรา “รู้” หรือ “ไม่รู้” นั้น จริงๆ แล้ว ไม่ได้มาจากคลังความรู้ที่เราสะสมไว้ (มีปริญญามากี่ใบ ผ่านการอบรมอะไรมาบ้าง)  แต่มาจากผลงานของเรานั่นต่างหาก เรานำความรู้ที่ได้รับมาไป “ใช้” ทำอะไรได้บ้าง 
 
ไมเคิล ฟาราเดย์ (Michael Faraday) นักวิทยาศาสตร์ก้องโลกชาวอังกฤษมีความรู้เพียงน้อยนิด และไม่เคยเข้าโรงเรียน จากการเพียรอ่านหนังสือหาความรู้ด้วยตนเอง ทำให้เขาคิดค้นกฎแม่เหล็กไฟฟ้า มอเตอร์ไฟฟ้า และอีกหลายทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งโด่งดังไปทั่วโลก ว่ากันว่า อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) ติดรูปของฟาราเดย์ไว้ที่ผนังห้อง และยกย่องว่าฟาราเดย์คือ ฮีโร่ คนหนึ่งของเขา
 
ผลผลิตที่เราทำออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรม คือเครื่องบ่งชี้ที่ดีที่สุดว่า เรา “รู้จริง” 
 
ความรู้จริง และทำได้จริงนี้เป็นเครื่องสร้างความมั่นใจที่ดีที่สุดให้กับเรา และนำมาซึ่งศรัทธาจากคนรอบข้างที่ประจักษ์ และชื่นชมในผลงานของเรา
 
หากรู้ไม่จริงแล้ว ก็มีแต่ต้องสร้างความมั่นใจในตัวเองลวงๆ ขึ้นมา เหมือนผู้บริหารระดับสูงบางคนที่ผยองในตน และไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นลูกน้อง “ชิชะ อย่านะ อย่าแสดงความคิดเห็น ฉันเป็นหัวหน้า ฉันรู้ดี (อย่าพูดเยอะ ไม่งั้นเธอก็รู้หมดว่า ฉันทำไม่เป็น!)” การอวดเบ่งว่าตนรู้ และใช้ยศตำแหน่งของตนมาอ้างนั้น จึงเป็นเสมือนเกราะกำบัง “ความไม่รู้” ที่แอบซ่อนเอาไว้เท่านั้นเอง
 
คนรู้จริง ย่อมมั่นใจ ไม่ต้องผยอง ทำตัวสบายๆ ได้ เพราะคุณรู้ว่า “คุณรู้”
 
ตอนนี้ คุณมั่นใจในตัวเองจริงๆ หรือแอบมั่นใจอย่างลวงๆ อยู่ล่ะ? 
 
เรียนรู้ ฝึกฝน ทำให้ได้จริงๆ แล้วคุณก็จะมั่นใจในตนเองได้อย่างแท้จริง 

Copyright © 2012 Life Consultant Institute of Siracha. All Rights Reserved. Grateful acknowledgment is made to L. Ron Hubbard Library for permission to reproduce selections from the copyrighted works of L. Ron Hubbard."



 
Picture
ความสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็นความตายของบุคคลอันเป็นที่รัก การหย่าร้าง ธุรกิจล้มละลาย บ้านถูกไฟไหม้ อาชีพการงานล้มเหลว หรือสุนัขตัวโปรดตายจากไป ล้วนแล้วแต่นำมาซึ่งความเศร้าโศกเสียใจ ทั้งยังบั่นทอนจิตใจเราได้มากทีเดียว

คนบางคนเลือกสุราเป็นทางดับทุกข์ คนบางคนที่สร้างสรรค์กว่านั้น เลือกที่จะทำอย่างอื่นเพื่อเบนความสนใจ แต่วิธีการเหล่านี้ก็ช่วยได้เพียงแค่ชั่วยาม ส่วนคนบางคนเลือกกินยาระงับประสาทกดความรู้สึกตัวเองเอาไว้ ซึ่งนอกจากจะไม่ช่วยอะไรแล้ว ยังทำให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้นกว่าเดิม

อีกวิธีหนึ่งที่หลายๆ คนทำกันก็คือ พยายาม “ลืม” แล้วบอกกับตัวเองว่า “เวลาเป็นเครื่องรักษาแผลใจ”
  
ความจริงก็คือ เราไม่เคยลืมเรื่องเหล่านั้นเลย  ความสูญเสียนั้นเพียงแค่ซ่อนตัวอย่างเงียบๆ อยู่ในกาลเวลา แต่เมื่อใดก็ตามที่อะไรบางอย่างในปัจจุบันกระตุ้นเตือนให้เรานึกถึงเรื่องๆ นั้นในอดีต เช่น น้ำเสียงและแววตาของเจ้านายคนใหม่ที่คล้ายคลึงกับแฟนเก่าที่ตายจากเราไป ความปวดร้าวก็กลับถาโถมเราอีกครั้งในปริมาณที่ไม่น้อยลงเลย

ดิฉันมีเพื่อนชายอยู่คนหนึ่งที่ชอกช้ำอย่างสาหัสจากการสูญเสียลูกชายอันเป็นที่รัก เด็กน้อยน่ารักวัย 5 ขวบจากไปด้วยอุบัติเหตุ ผู้ชายที่เคยเข้มแข็งคนนี้หัวอกแทบสลาย ได้แต่ร้องไห้ทำอะไรไม่ถูกอยู่หลายวัน จนกระทั่งได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนอีกคนที่รู้วิธีเยียวยาความสูญเสียตามวิธีการของแอล รอน ฮับบาร์ด

ดิฉันขอแทนชื่อเพื่อนชายคนนี้ว่า “หนุ่ย” และเพื่อนผู้เยียวยาหนุ่ยว่า “ก้อย”

วิธีถอนความสนใจที่ติดอยู่กับความสูญเสียให้กลับมาสู่ปัจจุบัน

ก้อยช่วยให้หนุ่ยถอนความสนใจที่ติดตรึงอยู่กับลูกรักที่จากไป ให้เขาหันกลับมามองชีวิตปัจจุบัน และเดินหน้าต่อไปได้ ด้วยวิธีต่อไปนี้

“บอกกับคนๆ นั้นว่า คุณกำลังจะช่วยเขา บอกเขาว่า ‘หาอะไรบางอย่างที่ไม่ทำให้คุณนึกถึง____________(ระบุชื่อคนที่เขาสูญเสียไป)’

“ให้คำสั่งนั้นซ้ำไปมา บอกให้เขามองหาอะไรบางอย่างที่ไม่เตือนให้เขาระลึกถึงบุคคลคนนั้น จนกระทั่งเขาเกิดความเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมา และรู้สึกดีขึ้นเกี่ยวกับสถานการณ์นั้น

“กระบวนการง่ายๆ นี้ จะช่วยให้เขาฟื้นตัวจากความรักที่สูญเสียไป และกลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง” – แอล รอน ฮับบาร์ด

ก้อยพาหนุ่ยออกไปที่สวนหน้าบ้าน บอกกับหนุ่ยว่า “หนุ่ย เราจะช่วยเธอรู้สึกดีขึ้น เริ่มนะ หาอะไรบางอย่างที่ไม่ทำให้เธอนึกถึงน้องโน้ต”

หนุ่ยมองไปรอบๆ สวนอึดใจใหญ่ ทุกสิ่งตรงหน้าทำให้เขานึกถึงน้องโน้ตไปหมด แม้แต่ก้อนหิน หรือสายยางรดน้ำต้นไม้ แต่แล้วก็ตอบว่า “ม้านั่ง”

ก้อยตอบรับ “โอเคจ้ะ” แล้วให้คำสั่งเดิม “หาอะไรบางอย่างที่ไม่ทำให้เธอนึกถึงน้องโน้ต”

หนุ่ยร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด ก่อนจะตอบว่า “รอยแตกของพื้นซีเมนต์”

ก้อยมองดูหนุ่ยอย่างสงบ แล้วตอบว่า “ขอบใจจ้ะ” “หาอะไรบางอย่างที่ไม่ทำให้เธอนึกถึงน้องโน้ต”

ความทรงจำต่างๆ เกี่ยวกับน้องโน้ตผุดขึ้นมาในใจหนุ่ย รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ช่วงเวลาที่พ่อลูกหยอกล้อกัน แต่หนุ่ยก็มองไปรอบๆ อีกครั้ง แล้วตอบว่า “ต้นพลูด่าง...”

ก้อยตอบรับหนุ่ย “ดีจ้ะ” และให้คำสั่งต่อไป อีกนับ 50 รอบ เกือบหนึ่งชั่วโมงเต็ม โดยตอบรับคำตอบของหนุ่ยทุกครั้ง ว่า “โอเค ขอบใจ ดี ฯลฯ”

หนุ่ยทำตามก้อยไปเรื่อยๆ จากน้ำตาลูกผู้ชายที่ไหลไม่ยอมหยุด ก็ค่อยๆ เบาบางลงตามลำดับ และมองหาสิ่งที่ไม่ทำให้นึกถึงน้องโน้ตได้เร็วขึ้นเรื่อยๆ  จนในที่สุดรอยยิ้มบนใบหน้าเขาก็กลับมาอีกครั้ง หนุ่ยบอกกับก้อยว่า

“เรารู้สึกดีขึ้นแล้วล่ะ ก้อย ลูกโน้ตไม่ได้จากเราไปไหนเลย ลูกยังอยู่ในใจเรา เป็นส่วนหนึ่งของเราเสมอ เรายังต้องเป็นหัวหน้าครอบครัวที่เข้มแข็งต่อไป” 

ก้อยจบกระบวนการช่วยเหลือไว้ ณ จุดนั้น

ถ้าคุณมีเพื่อนที่กำลังเป็นทุกข์หนักเพราะเสียงาน เสียคนรัก หรืออื่นๆ ลองนำวิธีข้างต้นนี้ไปใช้ดูได้ค่ะ วิธีการนี้ใช้เวลามากน้อยแตกต่างกันไปในแต่ละเคส จุดสำคัญคือให้ทำต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งคนที่เราช่วยเหลือมีอาการดีขึ้นจริงๆ และเราก็จะสามารถนำเขาออกมาจากความสูญเสียนั้นได้

แอล รอน ฮับบาร์ด มีกระบวนการช่วยเหลืออีกมากมาย ซึ่งนอกจากวธีการข้างต้นของก้อยกับหนุ่ยแล้ว ยังมีอีกวิธีหนึ่งที่นอกจากจะเยียวยาความโศกเศร้าได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังช่วยพัฒนาชีวิตของคนๆ นั้นได้

วิธีการดังกล่าวเรียกว่า “ไดอะเนติกส์”

การลบล้างอารมณ์ความรู้สึกอันเจ็บปวด

ประสบการณ์ความสูญเสีย หรือเรื่องราวร้ายๆ ต่างๆ ถูกเก็บไว้ในจิตใจของเราส่วนที่เราไม่อาจหยั่งรู้ได้ ประสบการณ์เหล่านั้นทำลายชีวิตครอบครัว การงาน และความมั่นใจในตนเอง ทั้งยังเป็นบ่อเกิดของความกลัว ความโกรธอย่างไร้เหตุผล และอารมณ์หรือพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ต่างๆ

ลองนึกภาพดูว่า คุณใช้ชีวิตโดยแบกกระสอบหินหนักๆ อยู่บนบ่า กระสอบหินนั้นติดตามคุณไปทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นตอนคุณหลับหรือตื่น ตอนคุณนั่งรถไปทำงาน เรียนหนังสือ หรือพูดคุยกับลูกค้า กระสอบหินนั้นขัดขวางความคิดเชิงสร้างสรรค์ของคุณ กระตุ้นให้คุณทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับตัวคุณ กระสอบหินนั้นทำให้คุณไม่ใช่ “คุณ”

ไดอะเนติกส์ เป็นเทคนิคที่ลดอิทธิพลของประสบการณ์หรือความทรงจำอันตรายเหล่านี้ สารานุกรม Grolier ให้คำจำกัดความ “ไดอะเนติกส์” ไว้ว่า “การให้คำปรึกษา (counseling) รูปแบบหนึ่งในการเยียวยาความเจ็บป่วยทางร่างกายที่มาจากจิตใจและความเจ็บป่วยทางอารมณ์ รวมทั้งการพัฒนาชีวิต”

เทคนิคทางไดอะเนติกส์ จะนำคุณไปสู่ช่วงเวลาของความเจ็บปวด (ซึ่งหลายๆ ครั้งมักจะเป็นเรื่องที่ฝังอยู่ในจิตใจคุณมาเนิ่นนานเกินการหยั่งรู้ของคุณ!) ช่วยให้คุณจัดการกับอารมณ์ในแง่ลบ รวมทั้งรับรู้ถึงทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนั้นอีกครั้งอย่างรู้ตัวเต็มที่ จนมันไม่มีอิทธิพลใดๆ กับคุณอีกต่อไป เมื่อถึงจุดนั้น ความหดหู่ โศกเศร้า กังวล หรือสูญเสียจะหายไปอย่างสิ้นเชิง

ประโยชน์อื่นๆ ของไดอะเนติกส์

-            มีความกระตือรือร้นในชีวิตมากขึ้น
-            ประสาทสัมผัสรับรู้ได้ดีขึ้น
-            มีความสุขมากขึ้น
-            มีอุบัติเหตุน้อยลง
-            ลดความเครียดและความวิตกกังวล
-            เพิ่มพูนสติปัญญา
-            ตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ ได้เร็วขึ้น
-            ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างดีขึ้น
-            โอกาสในความสำเร็จมีมากขึ้น

กระบวนการเหล่านี้เรียนรู้ได้ไม่ยาก เป็นเครื่องช่วยชีวิตที่มีประสิทธิภาพมากทีเดียว ลองศึกษาสิ่งเหล่านี้ และหยิบคำแนะนำข้างต้นไปใช้  คุณเองก็สามารถฟื้นฟูชีวิตให้เพื่อนรักของคุณได้ อย่างเช่นที่ก้อยช่วยหนุ่ย เช่นกัน

-------------------------------------------
ข้อมูลอย่างครบถ้วนสมบูรณ์เกี่ยวกับไดอะเนติกส์ ศึกษาได้จาก หนังสือ “ไดอะเนติกส์: วิทยาศาสตร์สมัยใหม่เกี่ยวกับสุขภาพจิต” วางจำหน่ายที่ศูนย์หนังสือจุฬา ร้านดอกหญ้า และร้านหนังสือชั้นนำในจังหวัดชลบุรี
หรือเข้าฟังสัมมนาเกี่ยวกับไดอะเนติกส์ได้ที่:
ภาคตะวันออก วันที่ 9 – 10 มิถุนายน 2555 นี้ จัดที่สถาบันที่ปรึกษาและพัฒนาศักยภาพไลฟ์ ศรีราชา (LCIS) ติดต่อสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 081-899-2294, 086-035-0956
กรุงเทพฯ และพื้นที่อื่นๆ ติดต่อศูนย์ไดอะเนติกส์ ประเทศไทย โทร. 081-687-5243 หรือ 086-563-9031
เรียบเรียงจาก www.tipsforsuccess.org

ลิขสิทธิ์ภาษาอังกฤษ: "Copyright © 2011 TipsForSuccess.org. 
ลิขสิทธิ์ภาษาไทย: "Copyright © 2011 Life Consultant Institute of Siracha. 
All rights reserved. Grateful acknowledgment is made to L. Ron Hubbard Library for permission to reproduce selections from the copyrighted works of L. Ron Hubbard."  


 
Picture
ข้อบ่งชี้ 10 ประการที่แสดงว่า เงินกำลังควบคุมคุณอยู่

1. เป็นกังวลเรื่องเงินไม่พอใช้อยู่ตลอดเวลา
2. เฝ้าหวังอยู่ตลอดเวลาว่า ขอให้มีเงินช้อปปิ้งได้มากกว่าที่เป็นอยู่
3. เป้าหมายอย่างเดียวในชีวิตคือ ขอให้รวย แต่ไม่มีแผนการชัดเจนว่าจะทำอย่างไรให้รวย
4. ใช้เงิน เพื่อทำให้ตัวเองสบายใจ หายหดหู่
5. โทษคนอื่นเรื่องปัญหาการเงินของตัวเอง (เช่น รัฐบาล เจ้านาย หรือสามีภรรยา)
6. ตัดสินคนอื่นที่ฐานะทางการเงิน


7. โกหก โกง หรือขโมย เพื่อให้ได้เงินมา (การโกหกหรือโกงเล็กๆ น้อยๆ ก็แสดงว่าเงินกำลังควบคุมคุณอยู่!)
8.  เสี่ยงทางการเงินแบบไม่จำเป็น
9.  ผ่อนจ่ายสินค้าที่มูลค่าลดลงไปตามกาลเวลา เช่น รถยนต์ หรือเสื้อผ้าราคาแพง
10. อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ตามสภาพการเงิน มีเงินก็มีความสุข ไม่มีเงินก็อารมณ์เสีย

ข้อบ่งชี้ 10 ประการที่แสดงว่า คุณกำลังควบคุมเงิน

1. ตัดสินใจว่าจะซื้ออะไรสักอย่าง เก็บเงิน แล้วก็ซื้อหาสิ่งนั้นมาได้
2. ซื้อสิ่งของที่มูลค่าเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา
3. ลงทุนกับตัวเอง เช่น ศึกษาเพิ่มเติม หรือเข้าคอร์สพัฒนาตนเอง
4. บริจาคเงินให้กับการกุศล หรือกิจกรรมช่วยเหลือสังคมที่คุณเชื่อถือ แม้จะเป็นจำนวนเล็กน้อยก็ตาม
5. รักษาสัจจะทางการเงิน
6. เครดิตทางการเงินดี
7. จ่ายภาษีอย่างถูกต้อง
8. ไม่ปล่อยให้ใครมาโกงเงินคุณได้ง่ายๆ
9. ความสามารถในการหารายได้ และคุณค่าทางการเงินของคุณเพิ่มขึ้นทุกปีๆ
10.ใช้เงินเพื่อเป็นเครื่องมือไปสู่ความฝันและเป้าหมายของคุณ

5 วิธีในการควบคุมเงิน

1.         ใช้จ่ายเงินตามแผน

"THE LESS AMOUNT OF INCOME AN ORGANIZATION OR AN INDIVIDUAL HAS, THE MORE CAREFULLY AND WISELY FINANCIAL PLANNING MUST BE DONE." -- L. Ron Hubbard

“ยิ่งองค์กรหรือบุคคลคนหนึ่งมีรายได้น้อยเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องวางแผนทางการเงินที่รัดกุมและฉลาดขึ้นเท่านั้น” --
แอล รอน ฮับบาร์ด


 ถ้าคุณมีเงินเท่าไหร่ก็ใช้ไปเรื่อยๆ จนหมด หรือใช้อย่างสุรุ่ยสุร่าย นั่นแสดงว่าคุณไม่มีการวางแผน สิ่งที่ควรทำ คือเขียนแผนการเงินออกมา โดยตัดสินใจล่วงหน้าว่าจะใช้จ่ายเงินอย่างไร การวางแผนไว้ล่วงหน้านี้ จะเป็นการควบคุมการใช้จ่าย และช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้นด้วย เช่น

“ถ้าไปเรียนคอร์สนี้เพิ่มเติม เราจะได้ขึ้นเงินเดือน”
“ฉันจะเก็บเงินเดือนละ 5,000 บาท จนมีเงินพอซื้อรถได้”
“ถ้าฉันผ่อนบ้านที่ยอดขั้นต่ำไปเรื่อยๆ ก็จะเป็นหนี้ไปอีก 15 ปี! ฉันจะจ่ายหนี้แต่ละเดือนเพิ่มไปเดือนละ 1,500 บาท หนี้ก็จะหมดเร็วขึ้น บ้านก็จะเป็นของเราเร็วขึ้น!”

2.         อย่าใช้เงินเกินกว่าที่หาได้

 "Make all the money you can. Spend less than that. That's the simple ABC of financial control." --
L. Ron Hubbard

“หาเงินให้มากเท่าไหร่ก็ได้ตามที่คุณต้องการ แต่จงใช้ให้น้อยกว่านั้น หลักง่ายๆ ในการควบคุมเงินมีแค่นี้” –
แอล รอน ฮับบาร์ด


เวลาวางแผนทางการเงิน ควรจะคำนึงถึงหลักข้อนี้ เช่น “แต่ละเดือน ฉันจะแบ่งเงิน__________บาท ไว้สำหรับค่าเช่าบ้าน 10% เป็นค่าน้ำไฟและบิลรายเดือนอื่นๆ 10% เป็นค่าศึกษาเพิ่มเติม 10% ส่งให้พ่อกับแม่ 20% เป็นเงินออม ส่วนที่เหลือเป็นค่าอาหาร และค่าพักผ่อนหย่อนใจ เช่นไปดูหนัง หรือเที่ยวต่างจังหวัด

3.         เลิกเสียเวลาไปกับการหาเงินแบบไม่ต้องลงแรง

 "One has to produce something to exchange for money." "One exchanges something valuable for something valuable." -- L. Ron Hubbard
“คนเราต้องผลิตอะไรบางอย่างออกมา เพื่อแลกกับเงิน” “เราต้องแลกเปลี่ยนสิ่งที่มีคุณค่ากับอีกสิ่งหนึ่งที่มีคุณค่า” – แอล รอน ฮับบาร์ด

อย่าเล่นการพนัน ซื้อหวย หรือคดโกงคนอื่น อย่ารอโชคชะตา หรือหวังว่าใครจะเอาเงินมาหยิบยื่นให้ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน  ถ้าจะรวย ก็จงรวยแบบวิธีดั้งเดิมที่เชื่อถือได้ที่สุด นั่นก็คือ การผลิตและมอบสิ่งที่ดีมีคุณค่าให้กับผู้อื่น (เช่น ลูกค้า หรือคนที่เราทำงานให้) เพื่อให้ได้เม็ดเงินที่น่าพึงพอใจกลับมา คุณสมควรจะได้เงิน ก็ต่อเมื่อคุณลงแรงทำงานหาเงิน

4.         ผลิตผลงานให้มากขึ้น และพัฒนาคุณภาพของงานคุณขึ้นไปเรื่อยๆ 

 "Produce in abundance and try to give better-than-expected quality." -- L. Ron Hubbard
“ผลิตงานออกมาอย่างล้นเหลือในคุณภาพที่เหนือความคาดหวัง”  -- แอล รอน ฮับบาร์ด

เช่น ถ้าคุณเป็นช่างตัดผม ลองหาวิธีออกแบบทรงผมที่จะทำให้ลูกค้าดูสวยที่สุด ถ้าคุณเป็นพนักงานบริการลูกค้าทางโทรศัพท์ ลองหาวิธีที่จะทำให้รับโทรศัพท์ได้มากสายที่สุด และลูกค้าพอใจสูงสุด

5.         ก้าวหน้าไปเรื่อยๆ อย่างมั่นคง

"THE TOTALITY OF POWER IS ORDERLY PROGRESS." -- L. Ron Hubbard
“ทั้งหมดทั้งมวลของอำนาจก็คือ การก้าวหน้าอย่างเป็นระบบ” – แอล รอน ฮับบาร์ด

ติดตามความก้าวหน้าทางการเงินของตัวเองอยู่เสมอ เช่น เก็บสถิติยอดหนี้ และยอดเงินออมของตัวเอง แล้ววาดเป็นเส้นกราฟรายเดือนออกมา จะได้เห็นภาพอย่างชัดเจนว่าเส้นกราฟของเราคืบหน้าอย่างไรบ้าง สูงขึ้นเรื่อยๆ เสมอตัว หรือดิ่งลงเรื่อยๆ และแก้ไขได้ทันท่วงที

เมื่อคุณรู้และมั่นใจว่าสภาพการเงินของคุณพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ อย่างมั่นคง นั่นแสดงว่าคุณกำลังควบคุมเงินของตัวเองอยู่

และเมื่อคุณควบคุมเงินได้แล้ว คุณก็จะสามารถมุ่งความสนใจไปที่จุดหมายอื่นๆ ในชีวิตที่สำคัญ และมีคุณค่ามากกว่าเงิน 


เรียบเรียงจาก www.tipsforsuccess.org

ลิขสิทธิ์ภาษาอังกฤษ: "Copyright © 2011 TipsForSuccess.org. 
ลิขสิทธิ์ภาษาไทย: "Copyright © 2011 Life Consultant Institute of Siracha. 
All rights reserved. Grateful acknowledgment is made to L. Ron Hubbard Library for permission to reproduce selections from the copyrighted works of L. Ron Hubbard."