Picture
ความสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็นความตายของบุคคลอันเป็นที่รัก การหย่าร้าง ธุรกิจล้มละลาย บ้านถูกไฟไหม้ อาชีพการงานล้มเหลว หรือสุนัขตัวโปรดตายจากไป ล้วนแล้วแต่นำมาซึ่งความเศร้าโศกเสียใจ ทั้งยังบั่นทอนจิตใจเราได้มากทีเดียว

คนบางคนเลือกสุราเป็นทางดับทุกข์ คนบางคนที่สร้างสรรค์กว่านั้น เลือกที่จะทำอย่างอื่นเพื่อเบนความสนใจ แต่วิธีการเหล่านี้ก็ช่วยได้เพียงแค่ชั่วยาม ส่วนคนบางคนเลือกกินยาระงับประสาทกดความรู้สึกตัวเองเอาไว้ ซึ่งนอกจากจะไม่ช่วยอะไรแล้ว ยังทำให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้นกว่าเดิม

อีกวิธีหนึ่งที่หลายๆ คนทำกันก็คือ พยายาม “ลืม” แล้วบอกกับตัวเองว่า “เวลาเป็นเครื่องรักษาแผลใจ”
  
ความจริงก็คือ เราไม่เคยลืมเรื่องเหล่านั้นเลย  ความสูญเสียนั้นเพียงแค่ซ่อนตัวอย่างเงียบๆ อยู่ในกาลเวลา แต่เมื่อใดก็ตามที่อะไรบางอย่างในปัจจุบันกระตุ้นเตือนให้เรานึกถึงเรื่องๆ นั้นในอดีต เช่น น้ำเสียงและแววตาของเจ้านายคนใหม่ที่คล้ายคลึงกับแฟนเก่าที่ตายจากเราไป ความปวดร้าวก็กลับถาโถมเราอีกครั้งในปริมาณที่ไม่น้อยลงเลย

ดิฉันมีเพื่อนชายอยู่คนหนึ่งที่ชอกช้ำอย่างสาหัสจากการสูญเสียลูกชายอันเป็นที่รัก เด็กน้อยน่ารักวัย 5 ขวบจากไปด้วยอุบัติเหตุ ผู้ชายที่เคยเข้มแข็งคนนี้หัวอกแทบสลาย ได้แต่ร้องไห้ทำอะไรไม่ถูกอยู่หลายวัน จนกระทั่งได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนอีกคนที่รู้วิธีเยียวยาความสูญเสียตามวิธีการของแอล รอน ฮับบาร์ด

ดิฉันขอแทนชื่อเพื่อนชายคนนี้ว่า “หนุ่ย” และเพื่อนผู้เยียวยาหนุ่ยว่า “ก้อย”

วิธีถอนความสนใจที่ติดอยู่กับความสูญเสียให้กลับมาสู่ปัจจุบัน

ก้อยช่วยให้หนุ่ยถอนความสนใจที่ติดตรึงอยู่กับลูกรักที่จากไป ให้เขาหันกลับมามองชีวิตปัจจุบัน และเดินหน้าต่อไปได้ ด้วยวิธีต่อไปนี้

“บอกกับคนๆ นั้นว่า คุณกำลังจะช่วยเขา บอกเขาว่า ‘หาอะไรบางอย่างที่ไม่ทำให้คุณนึกถึง____________(ระบุชื่อคนที่เขาสูญเสียไป)’

“ให้คำสั่งนั้นซ้ำไปมา บอกให้เขามองหาอะไรบางอย่างที่ไม่เตือนให้เขาระลึกถึงบุคคลคนนั้น จนกระทั่งเขาเกิดความเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมา และรู้สึกดีขึ้นเกี่ยวกับสถานการณ์นั้น

“กระบวนการง่ายๆ นี้ จะช่วยให้เขาฟื้นตัวจากความรักที่สูญเสียไป และกลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง” – แอล รอน ฮับบาร์ด

ก้อยพาหนุ่ยออกไปที่สวนหน้าบ้าน บอกกับหนุ่ยว่า “หนุ่ย เราจะช่วยเธอรู้สึกดีขึ้น เริ่มนะ หาอะไรบางอย่างที่ไม่ทำให้เธอนึกถึงน้องโน้ต”

หนุ่ยมองไปรอบๆ สวนอึดใจใหญ่ ทุกสิ่งตรงหน้าทำให้เขานึกถึงน้องโน้ตไปหมด แม้แต่ก้อนหิน หรือสายยางรดน้ำต้นไม้ แต่แล้วก็ตอบว่า “ม้านั่ง”

ก้อยตอบรับ “โอเคจ้ะ” แล้วให้คำสั่งเดิม “หาอะไรบางอย่างที่ไม่ทำให้เธอนึกถึงน้องโน้ต”

หนุ่ยร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด ก่อนจะตอบว่า “รอยแตกของพื้นซีเมนต์”

ก้อยมองดูหนุ่ยอย่างสงบ แล้วตอบว่า “ขอบใจจ้ะ” “หาอะไรบางอย่างที่ไม่ทำให้เธอนึกถึงน้องโน้ต”

ความทรงจำต่างๆ เกี่ยวกับน้องโน้ตผุดขึ้นมาในใจหนุ่ย รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ช่วงเวลาที่พ่อลูกหยอกล้อกัน แต่หนุ่ยก็มองไปรอบๆ อีกครั้ง แล้วตอบว่า “ต้นพลูด่าง...”

ก้อยตอบรับหนุ่ย “ดีจ้ะ” และให้คำสั่งต่อไป อีกนับ 50 รอบ เกือบหนึ่งชั่วโมงเต็ม โดยตอบรับคำตอบของหนุ่ยทุกครั้ง ว่า “โอเค ขอบใจ ดี ฯลฯ”

หนุ่ยทำตามก้อยไปเรื่อยๆ จากน้ำตาลูกผู้ชายที่ไหลไม่ยอมหยุด ก็ค่อยๆ เบาบางลงตามลำดับ และมองหาสิ่งที่ไม่ทำให้นึกถึงน้องโน้ตได้เร็วขึ้นเรื่อยๆ  จนในที่สุดรอยยิ้มบนใบหน้าเขาก็กลับมาอีกครั้ง หนุ่ยบอกกับก้อยว่า

“เรารู้สึกดีขึ้นแล้วล่ะ ก้อย ลูกโน้ตไม่ได้จากเราไปไหนเลย ลูกยังอยู่ในใจเรา เป็นส่วนหนึ่งของเราเสมอ เรายังต้องเป็นหัวหน้าครอบครัวที่เข้มแข็งต่อไป” 

ก้อยจบกระบวนการช่วยเหลือไว้ ณ จุดนั้น

ถ้าคุณมีเพื่อนที่กำลังเป็นทุกข์หนักเพราะเสียงาน เสียคนรัก หรืออื่นๆ ลองนำวิธีข้างต้นนี้ไปใช้ดูได้ค่ะ วิธีการนี้ใช้เวลามากน้อยแตกต่างกันไปในแต่ละเคส จุดสำคัญคือให้ทำต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งคนที่เราช่วยเหลือมีอาการดีขึ้นจริงๆ และเราก็จะสามารถนำเขาออกมาจากความสูญเสียนั้นได้

แอล รอน ฮับบาร์ด มีกระบวนการช่วยเหลืออีกมากมาย ซึ่งนอกจากวธีการข้างต้นของก้อยกับหนุ่ยแล้ว ยังมีอีกวิธีหนึ่งที่นอกจากจะเยียวยาความโศกเศร้าได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังช่วยพัฒนาชีวิตของคนๆ นั้นได้

วิธีการดังกล่าวเรียกว่า “ไดอะเนติกส์”

การลบล้างอารมณ์ความรู้สึกอันเจ็บปวด

ประสบการณ์ความสูญเสีย หรือเรื่องราวร้ายๆ ต่างๆ ถูกเก็บไว้ในจิตใจของเราส่วนที่เราไม่อาจหยั่งรู้ได้ ประสบการณ์เหล่านั้นทำลายชีวิตครอบครัว การงาน และความมั่นใจในตนเอง ทั้งยังเป็นบ่อเกิดของความกลัว ความโกรธอย่างไร้เหตุผล และอารมณ์หรือพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ต่างๆ

ลองนึกภาพดูว่า คุณใช้ชีวิตโดยแบกกระสอบหินหนักๆ อยู่บนบ่า กระสอบหินนั้นติดตามคุณไปทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นตอนคุณหลับหรือตื่น ตอนคุณนั่งรถไปทำงาน เรียนหนังสือ หรือพูดคุยกับลูกค้า กระสอบหินนั้นขัดขวางความคิดเชิงสร้างสรรค์ของคุณ กระตุ้นให้คุณทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับตัวคุณ กระสอบหินนั้นทำให้คุณไม่ใช่ “คุณ”

ไดอะเนติกส์ เป็นเทคนิคที่ลดอิทธิพลของประสบการณ์หรือความทรงจำอันตรายเหล่านี้ สารานุกรม Grolier ให้คำจำกัดความ “ไดอะเนติกส์” ไว้ว่า “การให้คำปรึกษา (counseling) รูปแบบหนึ่งในการเยียวยาความเจ็บป่วยทางร่างกายที่มาจากจิตใจและความเจ็บป่วยทางอารมณ์ รวมทั้งการพัฒนาชีวิต”

เทคนิคทางไดอะเนติกส์ จะนำคุณไปสู่ช่วงเวลาของความเจ็บปวด (ซึ่งหลายๆ ครั้งมักจะเป็นเรื่องที่ฝังอยู่ในจิตใจคุณมาเนิ่นนานเกินการหยั่งรู้ของคุณ!) ช่วยให้คุณจัดการกับอารมณ์ในแง่ลบ รวมทั้งรับรู้ถึงทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนั้นอีกครั้งอย่างรู้ตัวเต็มที่ จนมันไม่มีอิทธิพลใดๆ กับคุณอีกต่อไป เมื่อถึงจุดนั้น ความหดหู่ โศกเศร้า กังวล หรือสูญเสียจะหายไปอย่างสิ้นเชิง

ประโยชน์อื่นๆ ของไดอะเนติกส์

-            มีความกระตือรือร้นในชีวิตมากขึ้น
-            ประสาทสัมผัสรับรู้ได้ดีขึ้น
-            มีความสุขมากขึ้น
-            มีอุบัติเหตุน้อยลง
-            ลดความเครียดและความวิตกกังวล
-            เพิ่มพูนสติปัญญา
-            ตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ ได้เร็วขึ้น
-            ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างดีขึ้น
-            โอกาสในความสำเร็จมีมากขึ้น

กระบวนการเหล่านี้เรียนรู้ได้ไม่ยาก เป็นเครื่องช่วยชีวิตที่มีประสิทธิภาพมากทีเดียว ลองศึกษาสิ่งเหล่านี้ และหยิบคำแนะนำข้างต้นไปใช้  คุณเองก็สามารถฟื้นฟูชีวิตให้เพื่อนรักของคุณได้ อย่างเช่นที่ก้อยช่วยหนุ่ย เช่นกัน

-------------------------------------------
ข้อมูลอย่างครบถ้วนสมบูรณ์เกี่ยวกับไดอะเนติกส์ ศึกษาได้จาก หนังสือ “ไดอะเนติกส์: วิทยาศาสตร์สมัยใหม่เกี่ยวกับสุขภาพจิต” วางจำหน่ายที่ศูนย์หนังสือจุฬา ร้านดอกหญ้า และร้านหนังสือชั้นนำในจังหวัดชลบุรี
หรือเข้าฟังสัมมนาเกี่ยวกับไดอะเนติกส์ได้ที่:
ภาคตะวันออก วันที่ 9 – 10 มิถุนายน 2555 นี้ จัดที่สถาบันที่ปรึกษาและพัฒนาศักยภาพไลฟ์ ศรีราชา (LCIS) ติดต่อสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 081-899-2294, 086-035-0956
กรุงเทพฯ และพื้นที่อื่นๆ ติดต่อศูนย์ไดอะเนติกส์ ประเทศไทย โทร. 081-687-5243 หรือ 086-563-9031
เรียบเรียงจาก www.tipsforsuccess.org

ลิขสิทธิ์ภาษาอังกฤษ: "Copyright © 2011 TipsForSuccess.org. 
ลิขสิทธิ์ภาษาไทย: "Copyright © 2011 Life Consultant Institute of Siracha. 
All rights reserved. Grateful acknowledgment is made to L. Ron Hubbard Library for permission to reproduce selections from the copyrighted works of L. Ron Hubbard."