_คุณเคยบอกกับตัวเองไหมว่า

"ฉันมีอุปสรรคมากมายเหลือเกิน"
"ฉันไม่ประสบความสำเร็จ เพราะฉันเด็กไป/ แก่ไป/ เป็นผู้หญิง/ เป็นผู้ชาย/ เกิดมาในตระกูลที่ยากจน ฯลฯ"
"คิดไปได้อย่างไรเนี่ยว่าเราจะทำได้?"
"ฉันเบื่อแล้ว"
"ก็มันทำไม่ได้นี่"
"เดี๋ยวค่อยทำ"
"ไม่มีแรงจะทำแล้ว"
"ไม่คิดเลยว่ามันจะยากขนาดนี้"
"ก็เหมือนคนอื่นๆ นั่นแหละ ฉันคงไม่มีทางจะไปถึงฝันของฉันได้"
"ฉันหมดหวังเสียแล้ว"

เมื่อคุณเริ่มพูดว่า "ทำไม่ได้" เท่ากับว่าคุณกำลังเดินอยู่บนเส้นทางสู่ความล้มเหลวเข้าแล้ว

"ผมทำโครงการนี้ไม่ได้" "ผมไม่มีปัญญาจ่ายค่าเช่าบ้าน" "ฉันไม่มีทางทำสำเร็จ"

อุปสรรคต่อความสำเร็จนั้นเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาในสังคมของเรา เช่น รัฐบาลส่วนใหญ่มักตั้งกฎข้อบังคับไม่ให้คุณทำสิ่งต่างๆ เป็นต้นว่า "ห้ามจอดตรงนี้" "ห้ามเก็บเงินนั้นไว้กับตัว (ต้องจ่ายภาษีเสีย)" "ถ้าไม่ปฏิบัติตามกฎข้อนี้ คุณก็จะไม่สามารถ..." ในกฎข้อบังคับต่างๆ คุณมักจะพบเห็นคำต่อไปนี้อยู่บ่อยครั้ง: "ห้าม" "จำกัด" และ "ไม่อนุญาต" แต่มักจะไม่ค่อยมีคำว่า "ส่งเสริม" "อนุญาต" หรือ "ขอแนะนำ"

นายจ้างบางรายก็ทำตัวคล้ายรัฐบาล และชอบหยุดยั้งสิ่งต่างๆ เช่น "ห้ามเลิกงานก่อนเวลา" "ห้ามทำตามใจตัวเอง" "ห้ามมีอำนาจเกินฉัน"

เจ้าของธุรกิจบางรายก็ทำเช่นนี้กับลูกค้าเช่นกัน อาทิ "ต้องทำนัดล่วงหน้าครับ" "ลดไม่ได้ค่ะ" "ขอโทษนะคะ เราช่วยคุณไม่ได้"

หายนะอันจริงแท้เกิดขึ้น เมื่อคุณหยุดยั้งตัวเอง เช่นบอกกับตัวเองว่า "ฉันรับงานมากกว่านี้ไม่ไหวหรอก" "ฉันไม่มีทางหาเงินได้มากกว่านี้" "ฉันเปลี่ยนตัวเองไม่ได้"

เพราะอะไรคุณจึงรู้สึกเหมือนถูกหยุดยั้งขัดขวาง?

เมื่อคุณมองเห็นแต่ปัญหาในชีวิต คุณย่อมรู้สึกเหมือนถูกหยุดยั้ง เมื่อคุณตัดสินเอาเองว่าพลังแห่งจักรวาลกำลังต่อต้านคุณอยู่ คุณย่อมรู้สึกเหมือนถูกขัดขวาง เมื่อใดก็ตามที่คุณรู้สึกยอมแพ้ คุณย่อมรู้สึกเหมือนถูกสะกัดกั้น และไม่อยากไปต่อ

เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น?

"การหยุดล้วนเกิดขึ้นเพราะความพลาดหวังจากจุดหมายที่ตั้งใจ เบื้องหลังการหยุดยั้งทั้งมวลก็คือ ความพลาดหวังจากจุดหมาย (failed purpose)" - แอล รอน ฮับบาร์ด

สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นไปตามลำดับ ดังนี้

1. คุณตั้งเป้าหมายว่าจะ_________________

เช่น อยากมีเงินซัก 20 ล้าน อยากมีครอบครัวที่มีความสุข อยากทัวร์ยุโรป อยากช่วยเหลือสังคม อยากมีคอนโดหรูย่านสีลมสาทร หรือเป้าหมายอื่นๆ ที่คุณเคยวาดไว้อย่างสวยงาม

2. ด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง คุณบอกกับตัวเองว่า คุณล้มเหลวที่จะทำตามจุดหมายนั้น

คุณเริ่มบากบั่นทำตามฝัน แต่แล้วก็รู้สึกเหมือนถูกขัดขวาง อาจจะเพราะว่า การไปถึงจุดหมายนั้นยากเกินกว่าที่คุณคิด หรือคุณอาจจะเห็นคนอื่นล้มเหลว เลยท้อแท้ บางทีคุณอาจจะเกิดความกลัว หรือขี้เกียจขึ้นมา หรือบางทีก็มีคนมาขวางทางแห่งความสำเร็จของคุณ

3. จากนั้น คุณก็เริ่มปรุงแต่ง หรือเห็นพ้องด้วยกับอุปสรรคที่ขัดขวางจุดหมายของคุณ

"มันหนักเกินไป" "ฉันต้องไปเรียนต่อให้สูงกว่านี้เสียก่อน" "พวกเขาไม่อยากให้ฉันทำสิ่งนี้" "คนไม่มีวาสนาไม่มีทางทำอะไรสำเร็จหรอก" "ฉันไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร" "ตั้งความหวังให้มันน้อยกว่านี้หน่อยก็คงจะดี"

คนบางคนอาการหนักกว่านั้น และเริ่มตั้งกำแพงไม่เปิดรับทางแก้ไขปัญหา "อย่าพยายามช่วยฉันเลย เพราะมันเป็นไปไม่ได้หรอก" "ฉันลองมาหมดทุกอย่างแล้ว แต่ไม่มีวิธีไหนเวิร์คเลย" "ไม่มีใครช่วยได้" "คุณเองก็ควรจะยอมแพ้เหมือนกัน"

คุณหยุดมองหาวิธีที่ทำให้ประสบความสำเร็จ คุณหลีกเลี่ยงไม่ตั้งเป้าหมายอะไรอีกเลย และคุณก็รู้สึกเหนื่อยล้า

แต่โชคดีที่คุณสามารถพลิกสถานการณ์ และไปถึงฝันอันยิ่งใหญ่ของคุณได้

กฎเกี่ยวกับความพลาดหวังในจุดหมาย

"มีกฎอยู่ข้อหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทั้งหมดที่คุณจะต้องทำเพื่อฟื้นคืนชีวิต และการประกอบกิจกรรมต่างๆ ก็คือ การจุดไฟแห่งจุดหมายที่พลาดหวังไปให้ลุกโชนขึ้นมาใหม่ แล้วอุปสรรคทั้งหลายก็จะพลันหายไป" -- แอล รอน ฮับบาร์ด

นี่คือทางแก้ง่ายๆ ของปัญหาใหญ่ที่แสนจะยากลำบาก เพียงแค่จุดประกายความฝันดั้งเดิมของคุณขึ้นมาอีกครั้ง แล้วอุปสรรค หรือสิ่งที่ขัดขวางคุณทั้งหลายแหล่ก็จะหายไปอย่างน่าอัศจรรย์! มันง่ายขนาดนั้นเลยหรือ? มาดูตัวอย่างกัน

จิลเป็นนักกรีฑาสมัครเล่น เธอต้องการเข้าร่วมการแข็งขันวิ่งมาราธอนระยะทาง 40 กิโลเมตร และอยากจะวิ่งให้สำเร็จ แม้ว่าเธอจะเสียขาไปข้างหนึ่งจากอุบัติเหตุรถยนต์ตั้งแต่เป็นวัยรุ่น จิลซ้อมวิ่งทุกวันด้วยขาเทียม และสะดุดล้มแทบจะทุกกิโล ใครต่อใครต่างบอกกับเธอว่า "เธอกล้าหาญจริงๆ!" "ฉันชื่นชมในความพยายามของเธอจริงๆ" "ถ้าเป็นฉันคงจะล้มเลิกไปนานแล้ว" แต่แล้วหลังจากที่พลาดการแข่งขันไป 2-3 ครั้ง เธอก็เริ่มรู้สึกว่า มันยากเกินไป

จิลยังคงพยายามออกวิ่งในเช้าวันหนึ่ง ขาจริงของเธออีกข้างเกิดเป็นตะคริว ปกติแล้ว จิลจะทนเจ็บและวิ่งต่อไป แต่วันนี้ ความเจ็บปวดมากเกินกว่าที่จิลจะทนไหว ทันใดนั้น จิลล้มลงข้างทาง แขนและเข่าถลอก มีรถบรรทุกของคันหนึ่งวิ่งผ่านมา ทำให้น้ำนองบนพื้นถนนกระเด็นเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าของจิลขณะที่เธอกำลังกองอยู่กับพื้น วันนั้น จิลหยุดซ้อมไว้แค่นั้น

ต่อมา ในเช้าแต่ละวัน จิลจะมี "เหตุ" ให้ไม่ได้วิ่งอยู่เรื่อยๆ เช่น ต้องไปพบหมอฟัน ฝนตก แมวหายไปจากบ้าน สารพัดสารพันอุปสรรคที่เพิ่มเข้ามา

จิลบอกกับครอบครัว และเพื่อนๆ ว่า "ฉันไม่เคยคิดว่า มันจะยากขนาดนี้" "วันนี้ ทั้งหนาวแล้วก็เฉอะแฉะ" "ฉันน่าจะล้มเลิกไปตั้งนานแล้ว" แค่คิดว่าจะต้องวิ่งก็ทำให้เธอเหนื่อยแล้ว

แต่แล้ว จิลก็ได้เรียนรู้กฎเกี่ยวกับความพลาดหวังในจุดหมาย จิลคิดหาวิธีที่เธอจะสามารถจุดประกายความฝันอันเดิมของเธอขึ้นมาใหม่ "สิ่งที่ฉันอยากจะทำก็แค่ได้วิ่งมาราธอนระยะทาง 40 กิโลเมตร! ทำไมฉันถึงอยากจะทำให้ได้น่ะเหรอ? อ้อ ใช่แล้ว ฉันไม่ได้อยากจะพิสูจน์อะไร ฉันไม่ได้ต้องการให้ใครมาชื่นชม ที่จริงฉันอยากจะวิ่งแข่งมาตั้งแต่ก่อนที่ฉันจะสูญเสียขาไปซะอีก ฉันจำครั้งแรกที่ฉันเห็นคนวิ่งมาราธอนสำเร็จทางทีวีตอนอายุ 14  ฉันคิดว่า ฉันอยากจะทำอย่างนั้นบ้าง ฉันคิดว่ามันคงจะเป็นอะไรที่เยี่ยมมาก ฉันจะได้พิสูจน์กับตัวเองว่า ฉันวิ่ง 40 กิโลเมตรได้ นั่นไง จุดหมายของฉัน! และฉันก็ยังอยากจะทำมันอยู่!"

ภายในเวลาไม่กี่วินาที จิลรู้สึกสุดวิเศษ! เธอมองไม่เห็นเหตุผลที่จะทำให้เธอไม่สามารถวิ่ง 40 กิโลเมตรได้สำเร็จ จิลเปลียนเสื้อผ้า และกลับไปฝึกซ้อม แต่คราวนี้ เธอมุ่งมั่นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา "ครั้งนี้ ไม่มีอะไรจะมาหยุดยั้งฉันได้" จิลบอกกับตัวเอง  อุปสรรคทั้งหลายมลายไป จิลฝึกซ้อม เข้าแข็งขัน และก็วิ่งได้สำเร็จ

คำแนะนำ

1. คุณล้มเลิกความตั้งใจอะไรไป? เป้าหมายใดที่คุณเคยวาดไว้ แล้วตอนนี้คิดว่าเป็นไปไม่ได้? คุณพลาดหวังจากจุดหมายใด?

2. จุดประกายมันขึ้นมาใหม่! เหตุผลดั้งเดิมที่คุณต้องการจะทำสิ่งเหล่านั้นคืออะไร? จุดไฟให้มันลุกโชนขึ้นมาใหม่ นำเหตุผลเหล่านั้นกลับคืนมา

3. ทำให้จุดหมายของคุณแข็งแกร่งขึ้น โดยการเพิ่มพลังให้กับมัน บอกกับตัวคุณเองอย่างหนักแน่นว่า คุณทำจุดหมายเหล่านั้นได้ ไม่ว่าจะมีอุปสรรคใดก็ตาม จากนัั้น ให้สังเกตว่าเกิดอะไรขึ้นกับ "เหตุ" ต่างๆ ที่ขัดขวางจุดหมายเหล่านั้น

4. วางแผนว่าคุณจะทำฝันเหล่านั้นให้สำเร็จได้อย่างไร เขียนออกมาเป็นขั้นตอน แล้วก็เอาใจจดจ่ออยู่กับวิธีที่จะทำให้คุณสำเร็จ

5. เริ่มต้นทำขั้นตอนเล็กๆ ที่จะนำไปสู่จุดหมายนั้น จากนั้นก็เริ่มขั้นต่อไป ค่อยๆ ทำเช่นนั้นไปเรื่อยๆ

6. แต่ละครั้งทีคุณรู้สึกอยากล้มเลิก ให้เปลี่ยนความคิดใหม่ ระลึกถึงจุดหมายและความฝันของคุณ รวมถึงเหตุผลที่คุณต้องการทำสิ่งเหล่านั้น

7. คุณไม่มีวันล้มเหลว จนกว่าคุณจะตัดสินใจแล้วว่า คุณไม่อยากทำมันอีกต่อไป ฉะนั้น จงมุ่งมั่นต่อไปจนกว่าคุณจะชนะ!

ตราบใดที่คุณไม่หยุดเดิน คุณไปถึงปลายทางของคุณได้เสมอ ขอเพียงจุดประกายความฝันของคุณขึ้นมาใหม่ และมุ่งหน้าต่อไป ขอให้คุณโชคดี!

Source: www.tipsforsuccess.org

ลิขสิทธิ์ภาษาอังกฤษ: "Copyright © 2011 TipsForSuccess.org.
ลิขสิทธิ์ภาษาไทย: "Copyright © 2011 Life Consultant Institute of Siracha.
All rights reserved. Grateful acknowledgment is made to L. Ron Hubbard Library for permission to reproduce selections from the copyrighted works of L. Ron Hubbard."