Picture
“ความเศร้าหมองสามารถคลายลงได้ด้วยการวุ่นทำอะไรสักอย่าง”
“กำลังใจของคนเรานั้นจะพวยพุ่งขึ้นอย่างมาก เมื่อเราทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งสำเร็จ แท้จริงแล้ว จะเห็นได้ว่า ผลงานคือรากฐานของกำลังใจ” –
แอล รอน ฮับบาร์ด


เราต่างรู้ดีว่า ความกระตือรือร้น ขยันหมั่นเพียรคือ ปัจจัยสำคัญที่จะนำพาไปสู่ความสำเร็จ ผู้ประสบความสำเร็จทุกคนล้วนมีความมุมานะอุตสาหะ ทำงานอย่างไม่ย่อท้อ จนก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิตได้  ความขยันหมั่นเพียรนี้ยังเป็นยาบำรุงหัวใจขนานเอก เป็นบ่อเกิดของความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง และความขยันหมั่นเพียรก็เป็นยาวิเศษที่รักษาความเศร้า และสร้างกำลังใจได้อย่างดีเยี่ยม

หากคุณกำลังเศร้าหมอง สับสน หรือท้อแท้ ลองหยิบอะไรซักอย่างขึ้นมาทำ หาอะไรสักอย่างที่เมื่อคุณทำสำเร็จแล้ว คุณจะรู้สึกมีความสุขกับตนเอง งานเล็กๆ น้อยๆ เช่น การทำความสะอาดบ้าน รดน้ำต้นไม้ พรวนดินในสวนหย่อม หรือล้างรถ มีคุณค่ามากมายในการเสริมสร้างพลังใจให้กับคนเรา เมื่อทำเสร็จหนึ่งอย่างแล้ว ก็หาสิ่งต่อไปที่มีประโยชน์ไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ตาม ทำสิ่งนั้นให้เสร็จ แล้วก็ทำสิ่งอื่นต่อไปเรื่อยๆ การสร้างคุณค่าให้ตนเองด้วยสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้จะช่วยอุ่นเครื่องยนต์ในหัวใจคุณ และทำให้คุณพร้อมเผชิญกับงาน หรือปัญหาใหญ่ยักษ์อื่นๆ ที่รออยู่

การหยุดนิ่งและจมอยู่กับความเศร้าไม่มีทางทำให้คุณหายเศร้า  
การเฝ้ารอกำลังใจจากใครซักคนยามคุณเหนื่อยล้า ไม่ได้ช่วยทำให้งานเสร็จเร็วขึ้น
การลงมือทำอะไรสักอย่างให้เสร็จคือ สิ่งที่จะฉุดคุณขึ้นมาจากความหม่นหมอง และสร้างกำลังใจได้อย่างแท้จริง


เพราะผลงาน คือรากฐานของกำลังใจ




Copyright © 2012 Life Consultant Institute of Siracha. All Rights Reserved. Grateful acknowledgment is made to L. Ron Hubbard Library for permission to reproduce selections from the copyrighted works of L. Ron Hubbard."


 
Picture
 “ความตั้งใจ” นั้น เป็นคำง่ายๆ ที่มีพลังอย่างไม่น่าเชื่อ ทุกสิ่งที่เราทำ ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน การใช้ชีวิตคู่ การทำกับข้าว หรือการเรียนวาดรูป หากทำอย่างตั้งใจแล้ว โอกาสที่จะประสบความสำเร็จย่อมมีมากกว่าหลายเท่า ผู้ที่ประสบความสำเร็จไม่ว่าจะอาชีพใดก็ตาม ล้วนมีความตั้งใจอันแน่วแน่ที่จะประสบความสำเร็จเป็นตัวต้น

หากมองในมุมที่ใกล้ตัวเรามากขึ้น “ความตั้งใจ” นี้ ยังถือเป็นส่วนประกอบที่สำคัญยิ่งของการสื่อสาร

นักขายบางคนช่างประจบเอาใจลูกค้า แต่ไม่เคยปิดการขายได้สำเร็จ คุณครูบางคนพยายามสารพัดวิธีให้นักเรียนในชั้นเลิกส่งเสียงดัง แต่ก็ห้ามได้เพียงชั่วครู่ คนบางคนรู้สึกเหมือนยิ่งเราพยายามพูดเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งไม่สนใจฟังเราเท่านั้น  เพราะเหตุใด?

“สิ่งที่ทำหน้าที่สื่อสารคือ ความตั้งใจ ไม่ใช่คำพูด เมื่อความตั้งใจที่จะสื่อสารส่งไปถึงผู้รับ การสื่อสาร [ของเรา] ก็จะไปถึงเช่นกัน” – แอล รอน ฮับบาร์ด

หากปราศจากความตั้งใจที่เป็นเสมือนคลื่นส่งผ่านความคิดของเราตรงไปยังคู่สนทนาแล้ว คำพูดที่พูดออกไป ไม่ว่าจะคัดสรรถ้อยคำมาดีเพียงใด ก็ไม่อาจเดินทางไปถึงใจผู้ฟังได้ แต่ถ้าสื่อสารออกไปด้วยความตั้งใจแน่วแน่ที่จะให้ผู้ฟังเข้าใจ และเห็นตามเราแล้ว ผู้รับสารย่อมรับรู้ และเข้าใจในสิ่งที่เราต้องการจะสื่อได้ 

ตัวอย่างเช่น นักขายที่ตั้งใจฟังความต้องการของลูกค้า และตั้งใจแนะนำผลิตภัณฑ์ที่ตรงความต้องการของลูกค้าเพื่อนำไปสู่การขาย ย่อมขายของได้ดีกว่านักขายที่มัวแต่กังวลว่าลูกค้าจะไม่สนใจซื้อ คุณครูที่ตั้งใจบอกกล่าวนักเรียน ย่อมทำให้นักเรียนเชื่อฟังได้ดีกว่าคุณครูที่สอนนักเรียนไป แต่ใจก็พะวงเรื่องทางบ้าน ชายหนุ่มขี้อายที่ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะบอกกล่าวให้เธอคนนั้นรับรู้ถึงความรู้สึกของเขา และตั้งใจสื่อสารออกไป มักจะสะกดใจเธอได้ก่อนที่เขาจะปริปากพูดเสียอีก

ใส่ความตั้งใจลงไปในทุกสิ่งที่คุณทำ รวมทั้งทุกเรื่องที่คุณต้องการจะสื่อสาร พลังแห่งความตั้งใจนั้นจะทำให้การสื่อสารของคุณราบรื่น และบรรลุถึงสิ่งที่คุณมุ่งมาดปรารถนา 

“ถ้าคุณตั้งใจให้บางอย่างเกิดขึ้น มันก็จะเกิดขึ้น ถ้าคุณตั้งใจให้มันเกิดขึ้น การพูดออกมาไม่ใช่ความตั้งใจ ความตั้งใจคือ คลื่นที่นำพาคำพูด” – แอล รอน ฮับบาร์ด


Copyright © 2012 Life Consultant Institute of Siracha. All Rights Reserved. Grateful acknowledgment is made to L. Ron Hubbard Library for permission to reproduce selections from the copyrighted works of L. Ron Hubbard.


 
Picture
    “ความสามารถน้อยนิดอย่างเธอจะไปสมัครตำแหน่งนี้ คิดดีแล้วเหรอ?”
  
    “ทำใจเถอะ เธอสู้เด็กจบใหม่ไม่ได้หรอก”
    
    “หวังสูงอย่างนี้ พลาดแล้วอย่าหาว่าไม่เตือนนะ”
    
    “อ้วนขนาดนี้อยากจะเป็นนางแบบ?”

 
           
บ่อยครั้งแค่ไหนที่คุณเคยได้ยินคำพูดเหล่านี้ คำพูดที่เหมือนจะประสงค์ดี แต่ฟังแล้วรู้สึกเจ็บลึกๆ ในใจอย่างบอกไม่ถูก หรือ    บางทีก็เป็นคำพูดที่เหมือนจงใจบดขยี้ให้คุณแหลกไปเสียตรงหน้า สำหรับคนที่ไม่เคยประสบพบเจอคนประเภทนี้ในชีวิต ถือว่าโชคดีอย่างยิ่ง ส่วนคนที่ต้องพบเจอคำพูดเหล่านี้วันแล้ววันเล่า ชีวิตคงหนีไม่พ้นความหดหู่หม่นหมอง จนบางที อาจพลอยทำให้คิดไปว่า “เอ หรือว่าเราเป็นอย่างที่เขาว่าจริงๆ?”
  
“แท้จริงแล้ว คนเหล่านี้กำลังพยายามทำอะไรกับผู้อื่นอยู่หรือ พวกเขากำลังพยายามกดดันให้ผู้อื่นตกต่ำลงนั่นเอง เขาจะต้องมีความคิดว่า ผู้อื่นนั้นเป็นอันตรายต่อเขาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และถ้าคนๆ นั้นเกิดประสบความสำเร็จขึ้นมา ก็จะเป็นภัยคุกคามต่อตัวเขาได้ เพราะฉะนั้น เขาจึงพยายามลดคุณค่าในความสามารถและศักยภาพของผู้อื่นด้วยวิธีการต่างๆ” – แอล รอน ฮับบาร์ด
 
ลึกๆ ในใจนั้น เขากลัวคุณจับใจ กลัวว่าถ้าคุณแข็งแรงขึ้น เขาจะไม่ปลอดภัย ซึ่งเป็นความคิดที่ปราศจากเหตุผลโดยสิ้นเชิง!
 
วิธีในการจัดการกับสถานการณ์เช่นนี้ทำได้หลายวิธี แต่วิธีจัดการในระยะยาวที่ได้ผลอย่างแท้จริงก็คือ:
 
“…วิธีที่แท้จริงที่จะชนะเขาได้ก็คือ การมั่งคั่งและเจริญรุ่งเรือง  เป็นเรื่องจริงทีเดียวว่า คนประเภทนี้ ถ้าเห็นคนอื่นได้ดีก็จะยิ่งโกรธแค้น และโจมตีหนักขึ้นไปอีก หากจำเป็นจริงๆ สิ่งที่เราควรทำก็คือรับมือกับคนๆ นั้น แต่จงอย่าเลิกล้มความพยายามที่จะมั่งคั่งและเจริญรุ่งเรือง เพราะการที่คุณล้มเลิกนั่นเองคือสิ่งที่คนเหล่านั้นต้องการ” – แอล รอน ฮับบาร์ด
 
รับฟังคำคนเหล่านั้นมา แล้วก็โยนมันทิ้งไปเสีย ใช้พลังทั้งหมดที่คุณมีทำตามฝันของคุณอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ จงเติบใหญ่และรุ่งเรืองในจุดหมายปลายทางของคุณ คนเหล่านั้นจะแพ้ภัยตนเอง โดยที่คุณไม่ต้องทำอะไรเขาเลย
 
ขอให้คุณจงมั่งคั่งและเจริญรุ่งเรือง

Copyright © 2012 Life Consultant Institute of Siracha. All Rights Reserved. Grateful acknowledgment is made to L. Ron Hubbard Library for permission to reproduce selections from the copyrighted works of L. Ron Hubbard.

 
Picture
“ทัศนคติของคนเราที่มีต่อชีวิต สร้างความแตกต่างให้กับการดำรงชีวิตได้...  วันใดที่คุณหยุดสร้างสภาพแวดล้อมของคุณเอง  เมื่อใดที่คุณหยุดสร้างสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัว  เมื่อใดที่คุณหยุดโบกมือวิเศษ และหยุดเติมความสวยงามและความอัศจรรย์ให้กับสิ่งรอบๆ ตัว  เมื่อนั้นสิ่งต่างๆ ก็จะไม่น่าอัศจรรย์ และไม่สวยงามอีกต่อไป” – แอล รอน ฮับบาร์ด

แท้จริงแล้ว ความเป็นไป หรือการเคลื่อนไหวของสิ่งรอบตัวเรานั้น ล้วนแล้วแต่มาจากทัศนคติของเราเองทั้งสิ้น ถ้าเรามองว่าโลกช่างหม่นหมอง มันก็จะหม่นหมอง ถ้าเรามองว่าโลกสวยงาม มันก็จะสวยงาม ความมหัศจรรย์ในชีวิตนั้นเกิดขึ้นได้ทุกวัน ทุกๆ เวลา ตามการสร้างสรรค์ของเราเอง แล้วเราจะสร้างสภาพแวดล้อมของเราเองได้อย่างไร? เราจะทำให้รอบตัวเรามีแต่สิ่งสวยงาม และเต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ได้อย่างไร?  


วิธีเติมความมหัศจรรย์ให้ชีวิต

1. มองไปรอบตัว และสิ่งรอบตัวคุณในขณะนี้
2. เขียนลงไปว่า คุณสามารถทำอะไรได้บ้าง เพื่อให้สภาพแวดล้อมสดชื่นแจ่มใสขึ้น
3. เขียนลงไปว่า คุณสามารถทำอะไรได้บ้าง เพื่อให้สภาพแวดล้อมสวยงามขึ้น
4. เขียนลงไปว่า คุณสามารถทำอะไรได้บ้าง เพื่อให้สภาพแวดล้อมมหัศจรรย์ขึ้น
5. ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งโลกของคุณเป็นโลกที่มีความสุขมากขึ้น

ลิขสิทธิ์ภาษาอังกฤษ: Copyright © 2011 TipsForSuccess.org. 
ลิขสิทธิ์ภาษาไทย: Copyright © 2012 Life Consultant Institute of Siracha. All Rights Reserved. Grateful acknowledgment is made to L. Ron Hubbard Library for permission to reproduce selections from the copyrighted works of L. Ron Hubbard.

 
Picture
คุณอาจจะเป็นเพื่อนของคนหลายๆ คน แต่เคยถามตัวเองไหมว่า คุณเป็นเพื่อนกับตัวคุณเองหรือเปล่า

คนที่รู้จักรักและชื่นชมตนเองนั้นมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จมากกว่าคนที่เกลียดชังตัวเองอยู่ตลอดเวลา การดูถูกตนเอง หรือมีทัศนคติในแง่ลบต่อตัวเองนั้นจะบั่นทอนจิตใจ และความสำเร็จของตัวคุณเองลงทีละเล็กทีละน้อย แล้วคุณจะรักตัวเองเพิ่มขึ้นได้อย่างไร? 


“ถ้าคุณรักคนอื่น คุณก็จะรักตัวเอง”
“ถ้าคุณเกลียดคนอื่น คุณก็จะเกลียดตัวเอง”
“สภาวะที่ดีต่อสุขภาพกายและใจก็คือ การเป็นเพื่อนกับตัวคุณเอง” – แอล รอน ฮับบาร์ด



แบบฝึกหัด
  1. ลองเกลียดคนรอบข้างดูซักหนึ่งนาที อาจเป็นคนที่นั่งโต๊ะตรงข้ามกับคุณ เพื่อนร่วมชั้น หรือคนข้างบ้าน พอเกลียดเขาเหล่านั้นแล้ว คุณรู้สึกอย่างไรกับตัวเอง?
  2. ตอนนี้ ให้รักคนรอบข้างคุณ มองไปรอบๆ และรู้สึกรักทุกคนที่คุณมองเห็น คุณรู้สึกอย่างไรกับตัวเอง?
  3. ฝึกรักผู้คนดูทั้งวัน หาสิ่งที่คุณสามารถรักในตัวคนๆ นั้นที่คุณพบเห็น คนๆ นั้นจะดูเลวร้ายจนคุณไม่อยากเข้าใกล้ แต่หากมองดูดีๆ อาจมีอะไรบางอย่างที่คุณสามารถรักได้ในตัวคนๆ นั้น ฝึกรักคนอื่นๆ ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งคุณรู้สึกดีขึ้นกับตัวเอง

เส้นทางสู่ความสำเร็จของคุณจะราบรื่นขึ้นมาก เมื่อคุณเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของตัวเอง!

ลิขสิทธิ์ภาษาอังกฤษ: Copyright © 2011 TipsForSuccess.org.
ลิขสิทธิ์ภาษาไทย: Copyright © 2012 Life Consultant Institute of Siracha. All Rights Reserved. Grateful acknowledgment is made to L. Ron Hubbard Library for permission to reproduce selections from the copyrighted works of L. Ron Hubbard.

 
Picture
ความสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็นความตายของบุคคลอันเป็นที่รัก การหย่าร้าง ธุรกิจล้มละลาย บ้านถูกไฟไหม้ อาชีพการงานล้มเหลว หรือสุนัขตัวโปรดตายจากไป ล้วนแล้วแต่นำมาซึ่งความเศร้าโศกเสียใจ ทั้งยังบั่นทอนจิตใจเราได้มากทีเดียว

คนบางคนเลือกสุราเป็นทางดับทุกข์ คนบางคนที่สร้างสรรค์กว่านั้น เลือกที่จะทำอย่างอื่นเพื่อเบนความสนใจ แต่วิธีการเหล่านี้ก็ช่วยได้เพียงแค่ชั่วยาม ส่วนคนบางคนเลือกกินยาระงับประสาทกดความรู้สึกตัวเองเอาไว้ ซึ่งนอกจากจะไม่ช่วยอะไรแล้ว ยังทำให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้นกว่าเดิม

อีกวิธีหนึ่งที่หลายๆ คนทำกันก็คือ พยายาม “ลืม” แล้วบอกกับตัวเองว่า “เวลาเป็นเครื่องรักษาแผลใจ”
  
ความจริงก็คือ เราไม่เคยลืมเรื่องเหล่านั้นเลย  ความสูญเสียนั้นเพียงแค่ซ่อนตัวอย่างเงียบๆ อยู่ในกาลเวลา แต่เมื่อใดก็ตามที่อะไรบางอย่างในปัจจุบันกระตุ้นเตือนให้เรานึกถึงเรื่องๆ นั้นในอดีต เช่น น้ำเสียงและแววตาของเจ้านายคนใหม่ที่คล้ายคลึงกับแฟนเก่าที่ตายจากเราไป ความปวดร้าวก็กลับถาโถมเราอีกครั้งในปริมาณที่ไม่น้อยลงเลย

ดิฉันมีเพื่อนชายอยู่คนหนึ่งที่ชอกช้ำอย่างสาหัสจากการสูญเสียลูกชายอันเป็นที่รัก เด็กน้อยน่ารักวัย 5 ขวบจากไปด้วยอุบัติเหตุ ผู้ชายที่เคยเข้มแข็งคนนี้หัวอกแทบสลาย ได้แต่ร้องไห้ทำอะไรไม่ถูกอยู่หลายวัน จนกระทั่งได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนอีกคนที่รู้วิธีเยียวยาความสูญเสียตามวิธีการของแอล รอน ฮับบาร์ด

ดิฉันขอแทนชื่อเพื่อนชายคนนี้ว่า “หนุ่ย” และเพื่อนผู้เยียวยาหนุ่ยว่า “ก้อย”

วิธีถอนความสนใจที่ติดอยู่กับความสูญเสียให้กลับมาสู่ปัจจุบัน

ก้อยช่วยให้หนุ่ยถอนความสนใจที่ติดตรึงอยู่กับลูกรักที่จากไป ให้เขาหันกลับมามองชีวิตปัจจุบัน และเดินหน้าต่อไปได้ ด้วยวิธีต่อไปนี้

“บอกกับคนๆ นั้นว่า คุณกำลังจะช่วยเขา บอกเขาว่า ‘หาอะไรบางอย่างที่ไม่ทำให้คุณนึกถึง____________(ระบุชื่อคนที่เขาสูญเสียไป)’

“ให้คำสั่งนั้นซ้ำไปมา บอกให้เขามองหาอะไรบางอย่างที่ไม่เตือนให้เขาระลึกถึงบุคคลคนนั้น จนกระทั่งเขาเกิดความเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมา และรู้สึกดีขึ้นเกี่ยวกับสถานการณ์นั้น

“กระบวนการง่ายๆ นี้ จะช่วยให้เขาฟื้นตัวจากความรักที่สูญเสียไป และกลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง” – แอล รอน ฮับบาร์ด

ก้อยพาหนุ่ยออกไปที่สวนหน้าบ้าน บอกกับหนุ่ยว่า “หนุ่ย เราจะช่วยเธอรู้สึกดีขึ้น เริ่มนะ หาอะไรบางอย่างที่ไม่ทำให้เธอนึกถึงน้องโน้ต”

หนุ่ยมองไปรอบๆ สวนอึดใจใหญ่ ทุกสิ่งตรงหน้าทำให้เขานึกถึงน้องโน้ตไปหมด แม้แต่ก้อนหิน หรือสายยางรดน้ำต้นไม้ แต่แล้วก็ตอบว่า “ม้านั่ง”

ก้อยตอบรับ “โอเคจ้ะ” แล้วให้คำสั่งเดิม “หาอะไรบางอย่างที่ไม่ทำให้เธอนึกถึงน้องโน้ต”

หนุ่ยร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด ก่อนจะตอบว่า “รอยแตกของพื้นซีเมนต์”

ก้อยมองดูหนุ่ยอย่างสงบ แล้วตอบว่า “ขอบใจจ้ะ” “หาอะไรบางอย่างที่ไม่ทำให้เธอนึกถึงน้องโน้ต”

ความทรงจำต่างๆ เกี่ยวกับน้องโน้ตผุดขึ้นมาในใจหนุ่ย รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ช่วงเวลาที่พ่อลูกหยอกล้อกัน แต่หนุ่ยก็มองไปรอบๆ อีกครั้ง แล้วตอบว่า “ต้นพลูด่าง...”

ก้อยตอบรับหนุ่ย “ดีจ้ะ” และให้คำสั่งต่อไป อีกนับ 50 รอบ เกือบหนึ่งชั่วโมงเต็ม โดยตอบรับคำตอบของหนุ่ยทุกครั้ง ว่า “โอเค ขอบใจ ดี ฯลฯ”

หนุ่ยทำตามก้อยไปเรื่อยๆ จากน้ำตาลูกผู้ชายที่ไหลไม่ยอมหยุด ก็ค่อยๆ เบาบางลงตามลำดับ และมองหาสิ่งที่ไม่ทำให้นึกถึงน้องโน้ตได้เร็วขึ้นเรื่อยๆ  จนในที่สุดรอยยิ้มบนใบหน้าเขาก็กลับมาอีกครั้ง หนุ่ยบอกกับก้อยว่า

“เรารู้สึกดีขึ้นแล้วล่ะ ก้อย ลูกโน้ตไม่ได้จากเราไปไหนเลย ลูกยังอยู่ในใจเรา เป็นส่วนหนึ่งของเราเสมอ เรายังต้องเป็นหัวหน้าครอบครัวที่เข้มแข็งต่อไป” 

ก้อยจบกระบวนการช่วยเหลือไว้ ณ จุดนั้น

ถ้าคุณมีเพื่อนที่กำลังเป็นทุกข์หนักเพราะเสียงาน เสียคนรัก หรืออื่นๆ ลองนำวิธีข้างต้นนี้ไปใช้ดูได้ค่ะ วิธีการนี้ใช้เวลามากน้อยแตกต่างกันไปในแต่ละเคส จุดสำคัญคือให้ทำต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งคนที่เราช่วยเหลือมีอาการดีขึ้นจริงๆ และเราก็จะสามารถนำเขาออกมาจากความสูญเสียนั้นได้

แอล รอน ฮับบาร์ด มีกระบวนการช่วยเหลืออีกมากมาย ซึ่งนอกจากวธีการข้างต้นของก้อยกับหนุ่ยแล้ว ยังมีอีกวิธีหนึ่งที่นอกจากจะเยียวยาความโศกเศร้าได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังช่วยพัฒนาชีวิตของคนๆ นั้นได้

วิธีการดังกล่าวเรียกว่า “ไดอะเนติกส์”

การลบล้างอารมณ์ความรู้สึกอันเจ็บปวด

ประสบการณ์ความสูญเสีย หรือเรื่องราวร้ายๆ ต่างๆ ถูกเก็บไว้ในจิตใจของเราส่วนที่เราไม่อาจหยั่งรู้ได้ ประสบการณ์เหล่านั้นทำลายชีวิตครอบครัว การงาน และความมั่นใจในตนเอง ทั้งยังเป็นบ่อเกิดของความกลัว ความโกรธอย่างไร้เหตุผล และอารมณ์หรือพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ต่างๆ

ลองนึกภาพดูว่า คุณใช้ชีวิตโดยแบกกระสอบหินหนักๆ อยู่บนบ่า กระสอบหินนั้นติดตามคุณไปทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นตอนคุณหลับหรือตื่น ตอนคุณนั่งรถไปทำงาน เรียนหนังสือ หรือพูดคุยกับลูกค้า กระสอบหินนั้นขัดขวางความคิดเชิงสร้างสรรค์ของคุณ กระตุ้นให้คุณทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับตัวคุณ กระสอบหินนั้นทำให้คุณไม่ใช่ “คุณ”

ไดอะเนติกส์ เป็นเทคนิคที่ลดอิทธิพลของประสบการณ์หรือความทรงจำอันตรายเหล่านี้ สารานุกรม Grolier ให้คำจำกัดความ “ไดอะเนติกส์” ไว้ว่า “การให้คำปรึกษา (counseling) รูปแบบหนึ่งในการเยียวยาความเจ็บป่วยทางร่างกายที่มาจากจิตใจและความเจ็บป่วยทางอารมณ์ รวมทั้งการพัฒนาชีวิต”

เทคนิคทางไดอะเนติกส์ จะนำคุณไปสู่ช่วงเวลาของความเจ็บปวด (ซึ่งหลายๆ ครั้งมักจะเป็นเรื่องที่ฝังอยู่ในจิตใจคุณมาเนิ่นนานเกินการหยั่งรู้ของคุณ!) ช่วยให้คุณจัดการกับอารมณ์ในแง่ลบ รวมทั้งรับรู้ถึงทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนั้นอีกครั้งอย่างรู้ตัวเต็มที่ จนมันไม่มีอิทธิพลใดๆ กับคุณอีกต่อไป เมื่อถึงจุดนั้น ความหดหู่ โศกเศร้า กังวล หรือสูญเสียจะหายไปอย่างสิ้นเชิง

ประโยชน์อื่นๆ ของไดอะเนติกส์

-            มีความกระตือรือร้นในชีวิตมากขึ้น
-            ประสาทสัมผัสรับรู้ได้ดีขึ้น
-            มีความสุขมากขึ้น
-            มีอุบัติเหตุน้อยลง
-            ลดความเครียดและความวิตกกังวล
-            เพิ่มพูนสติปัญญา
-            ตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ ได้เร็วขึ้น
-            ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างดีขึ้น
-            โอกาสในความสำเร็จมีมากขึ้น

กระบวนการเหล่านี้เรียนรู้ได้ไม่ยาก เป็นเครื่องช่วยชีวิตที่มีประสิทธิภาพมากทีเดียว ลองศึกษาสิ่งเหล่านี้ และหยิบคำแนะนำข้างต้นไปใช้  คุณเองก็สามารถฟื้นฟูชีวิตให้เพื่อนรักของคุณได้ อย่างเช่นที่ก้อยช่วยหนุ่ย เช่นกัน

-------------------------------------------
ข้อมูลอย่างครบถ้วนสมบูรณ์เกี่ยวกับไดอะเนติกส์ ศึกษาได้จาก หนังสือ “ไดอะเนติกส์: วิทยาศาสตร์สมัยใหม่เกี่ยวกับสุขภาพจิต” วางจำหน่ายที่ศูนย์หนังสือจุฬา ร้านดอกหญ้า และร้านหนังสือชั้นนำในจังหวัดชลบุรี
หรือเข้าฟังสัมมนาเกี่ยวกับไดอะเนติกส์ได้ที่:
ภาคตะวันออก วันที่ 9 – 10 มิถุนายน 2555 นี้ จัดที่สถาบันที่ปรึกษาและพัฒนาศักยภาพไลฟ์ ศรีราชา (LCIS) ติดต่อสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 081-899-2294, 086-035-0956
กรุงเทพฯ และพื้นที่อื่นๆ ติดต่อศูนย์ไดอะเนติกส์ ประเทศไทย โทร. 081-687-5243 หรือ 086-563-9031
เรียบเรียงจาก www.tipsforsuccess.org

ลิขสิทธิ์ภาษาอังกฤษ: "Copyright © 2011 TipsForSuccess.org. 
ลิขสิทธิ์ภาษาไทย: "Copyright © 2011 Life Consultant Institute of Siracha. 
All rights reserved. Grateful acknowledgment is made to L. Ron Hubbard Library for permission to reproduce selections from the copyrighted works of L. Ron Hubbard."  


 
_As you know, you cause some things and you are the effect of other things. You could say that when you are causing things, you are CAUSE. When someone else causes an effect on you, you could say that you are EFFECT.

Thousands of people buy motivation tapes because they want the tapes to make them be EFFECT. They want the speaker on the tape to fire them up and get them going. They believe the tape gives them energy.

Other people believe drugs will motivate them. They want to swallow a pill and then be energized. They want to be EFFECT of the drug.

Employees who sit around waiting for the boss to motivate them are also EFFECT. Bosses hate the burden of having to motivate everyone. These lazy employees prefer to be EFFECT of the boss and wait for him or her to make them work.

The truth is, everyone can be the source of their own motivation! They can be at CAUSE.

"Motivation is in the future. It's 'What do I want?' 'What do we want?' That's cause. And if it's interesting, it sort of pulls us forward to it." -- L. Ron Hubbard

For example, you may have heard the story about three men who were building a stone church. When asked what they were doing, the first man said he was breaking stones, the second said he was making a living and the third said he was building a cathedral.

Which of the men do you think had the most motivation?

What is the in the future for your activities? What do you want in your future?

If you're not sure, you won't be motivated. If you're afraid you'll get something other than what you want, you won't be motivated. If you have little hope you'll make it, you won't be motivated.

If you doubt your ability to get what you want, you won't be motivated. If you have nothing you want in the future, you will not be motivated. If your future is not very interesting to you, you will not be motivated.

On the other hand, if you spell out exactly what you want, you are CAUSE. If it's interesting, you are motivated!

Of course, you need to have hope that you will make it as well as confidence that you can make it happen. But the first step is to decide what you want.

For example, Jill wakes up and thinks, "I'm going to run my own very successful company some day!" She jumps out of bed and races off to work. Chris wakes up and thinks, "I'm going to be late if I don't get out of bed." He can barely pull his covers off.

Recommendations
1. Stop expecting anything or anyone to motivate you. No longer think, "I'll really get excited after someone gives me a . . ." "I won't work hard until . . ." "My life will change for the better when someone else . . ."

Instead, take responsibility for being CAUSE and for motivating yourself. "I'm the one who will get me excited. I'll work hard to reach my goals. I'm changing my life for the better."

2. Write down everything you want in the future. What do you want today? This week? This year? This lifetime? Keep writing down what you want until you start to feel motivated.

3. Look for things you want that are also interesting to you.

For example, "Pay off my debts" may not be as interesting or as motivational as "Become a debt-free millionaire!"

Source: www.tipsforsuccess.org

"Copyright © 2011 TipsForSuccess.org. All rights reserved. Grateful acknowledgment is made to L. Ron Hubbard Library for permission to reproduce selections from the copyrighted works of L. Ron Hubbard."