Picture
ความสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็นความตายของบุคคลอันเป็นที่รัก การหย่าร้าง ธุรกิจล้มละลาย บ้านถูกไฟไหม้ อาชีพการงานล้มเหลว หรือสุนัขตัวโปรดตายจากไป ล้วนแล้วแต่นำมาซึ่งความเศร้าโศกเสียใจ ทั้งยังบั่นทอนจิตใจเราได้มากทีเดียว

คนบางคนเลือกสุราเป็นทางดับทุกข์ คนบางคนที่สร้างสรรค์กว่านั้น เลือกที่จะทำอย่างอื่นเพื่อเบนความสนใจ แต่วิธีการเหล่านี้ก็ช่วยได้เพียงแค่ชั่วยาม ส่วนคนบางคนเลือกกินยาระงับประสาทกดความรู้สึกตัวเองเอาไว้ ซึ่งนอกจากจะไม่ช่วยอะไรแล้ว ยังทำให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้นกว่าเดิม

อีกวิธีหนึ่งที่หลายๆ คนทำกันก็คือ พยายาม “ลืม” แล้วบอกกับตัวเองว่า “เวลาเป็นเครื่องรักษาแผลใจ”
  
ความจริงก็คือ เราไม่เคยลืมเรื่องเหล่านั้นเลย  ความสูญเสียนั้นเพียงแค่ซ่อนตัวอย่างเงียบๆ อยู่ในกาลเวลา แต่เมื่อใดก็ตามที่อะไรบางอย่างในปัจจุบันกระตุ้นเตือนให้เรานึกถึงเรื่องๆ นั้นในอดีต เช่น น้ำเสียงและแววตาของเจ้านายคนใหม่ที่คล้ายคลึงกับแฟนเก่าที่ตายจากเราไป ความปวดร้าวก็กลับถาโถมเราอีกครั้งในปริมาณที่ไม่น้อยลงเลย

ดิฉันมีเพื่อนชายอยู่คนหนึ่งที่ชอกช้ำอย่างสาหัสจากการสูญเสียลูกชายอันเป็นที่รัก เด็กน้อยน่ารักวัย 5 ขวบจากไปด้วยอุบัติเหตุ ผู้ชายที่เคยเข้มแข็งคนนี้หัวอกแทบสลาย ได้แต่ร้องไห้ทำอะไรไม่ถูกอยู่หลายวัน จนกระทั่งได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนอีกคนที่รู้วิธีเยียวยาความสูญเสียตามวิธีการของแอล รอน ฮับบาร์ด

ดิฉันขอแทนชื่อเพื่อนชายคนนี้ว่า “หนุ่ย” และเพื่อนผู้เยียวยาหนุ่ยว่า “ก้อย”

วิธีถอนความสนใจที่ติดอยู่กับความสูญเสียให้กลับมาสู่ปัจจุบัน

ก้อยช่วยให้หนุ่ยถอนความสนใจที่ติดตรึงอยู่กับลูกรักที่จากไป ให้เขาหันกลับมามองชีวิตปัจจุบัน และเดินหน้าต่อไปได้ ด้วยวิธีต่อไปนี้

“บอกกับคนๆ นั้นว่า คุณกำลังจะช่วยเขา บอกเขาว่า ‘หาอะไรบางอย่างที่ไม่ทำให้คุณนึกถึง____________(ระบุชื่อคนที่เขาสูญเสียไป)’

“ให้คำสั่งนั้นซ้ำไปมา บอกให้เขามองหาอะไรบางอย่างที่ไม่เตือนให้เขาระลึกถึงบุคคลคนนั้น จนกระทั่งเขาเกิดความเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมา และรู้สึกดีขึ้นเกี่ยวกับสถานการณ์นั้น

“กระบวนการง่ายๆ นี้ จะช่วยให้เขาฟื้นตัวจากความรักที่สูญเสียไป และกลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง” – แอล รอน ฮับบาร์ด

ก้อยพาหนุ่ยออกไปที่สวนหน้าบ้าน บอกกับหนุ่ยว่า “หนุ่ย เราจะช่วยเธอรู้สึกดีขึ้น เริ่มนะ หาอะไรบางอย่างที่ไม่ทำให้เธอนึกถึงน้องโน้ต”

หนุ่ยมองไปรอบๆ สวนอึดใจใหญ่ ทุกสิ่งตรงหน้าทำให้เขานึกถึงน้องโน้ตไปหมด แม้แต่ก้อนหิน หรือสายยางรดน้ำต้นไม้ แต่แล้วก็ตอบว่า “ม้านั่ง”

ก้อยตอบรับ “โอเคจ้ะ” แล้วให้คำสั่งเดิม “หาอะไรบางอย่างที่ไม่ทำให้เธอนึกถึงน้องโน้ต”

หนุ่ยร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด ก่อนจะตอบว่า “รอยแตกของพื้นซีเมนต์”

ก้อยมองดูหนุ่ยอย่างสงบ แล้วตอบว่า “ขอบใจจ้ะ” “หาอะไรบางอย่างที่ไม่ทำให้เธอนึกถึงน้องโน้ต”

ความทรงจำต่างๆ เกี่ยวกับน้องโน้ตผุดขึ้นมาในใจหนุ่ย รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ช่วงเวลาที่พ่อลูกหยอกล้อกัน แต่หนุ่ยก็มองไปรอบๆ อีกครั้ง แล้วตอบว่า “ต้นพลูด่าง...”

ก้อยตอบรับหนุ่ย “ดีจ้ะ” และให้คำสั่งต่อไป อีกนับ 50 รอบ เกือบหนึ่งชั่วโมงเต็ม โดยตอบรับคำตอบของหนุ่ยทุกครั้ง ว่า “โอเค ขอบใจ ดี ฯลฯ”

หนุ่ยทำตามก้อยไปเรื่อยๆ จากน้ำตาลูกผู้ชายที่ไหลไม่ยอมหยุด ก็ค่อยๆ เบาบางลงตามลำดับ และมองหาสิ่งที่ไม่ทำให้นึกถึงน้องโน้ตได้เร็วขึ้นเรื่อยๆ  จนในที่สุดรอยยิ้มบนใบหน้าเขาก็กลับมาอีกครั้ง หนุ่ยบอกกับก้อยว่า

“เรารู้สึกดีขึ้นแล้วล่ะ ก้อย ลูกโน้ตไม่ได้จากเราไปไหนเลย ลูกยังอยู่ในใจเรา เป็นส่วนหนึ่งของเราเสมอ เรายังต้องเป็นหัวหน้าครอบครัวที่เข้มแข็งต่อไป” 

ก้อยจบกระบวนการช่วยเหลือไว้ ณ จุดนั้น

ถ้าคุณมีเพื่อนที่กำลังเป็นทุกข์หนักเพราะเสียงาน เสียคนรัก หรืออื่นๆ ลองนำวิธีข้างต้นนี้ไปใช้ดูได้ค่ะ วิธีการนี้ใช้เวลามากน้อยแตกต่างกันไปในแต่ละเคส จุดสำคัญคือให้ทำต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งคนที่เราช่วยเหลือมีอาการดีขึ้นจริงๆ และเราก็จะสามารถนำเขาออกมาจากความสูญเสียนั้นได้

แอล รอน ฮับบาร์ด มีกระบวนการช่วยเหลืออีกมากมาย ซึ่งนอกจากวธีการข้างต้นของก้อยกับหนุ่ยแล้ว ยังมีอีกวิธีหนึ่งที่นอกจากจะเยียวยาความโศกเศร้าได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังช่วยพัฒนาชีวิตของคนๆ นั้นได้

วิธีการดังกล่าวเรียกว่า “ไดอะเนติกส์”

การลบล้างอารมณ์ความรู้สึกอันเจ็บปวด

ประสบการณ์ความสูญเสีย หรือเรื่องราวร้ายๆ ต่างๆ ถูกเก็บไว้ในจิตใจของเราส่วนที่เราไม่อาจหยั่งรู้ได้ ประสบการณ์เหล่านั้นทำลายชีวิตครอบครัว การงาน และความมั่นใจในตนเอง ทั้งยังเป็นบ่อเกิดของความกลัว ความโกรธอย่างไร้เหตุผล และอารมณ์หรือพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ต่างๆ

ลองนึกภาพดูว่า คุณใช้ชีวิตโดยแบกกระสอบหินหนักๆ อยู่บนบ่า กระสอบหินนั้นติดตามคุณไปทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นตอนคุณหลับหรือตื่น ตอนคุณนั่งรถไปทำงาน เรียนหนังสือ หรือพูดคุยกับลูกค้า กระสอบหินนั้นขัดขวางความคิดเชิงสร้างสรรค์ของคุณ กระตุ้นให้คุณทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับตัวคุณ กระสอบหินนั้นทำให้คุณไม่ใช่ “คุณ”

ไดอะเนติกส์ เป็นเทคนิคที่ลดอิทธิพลของประสบการณ์หรือความทรงจำอันตรายเหล่านี้ สารานุกรม Grolier ให้คำจำกัดความ “ไดอะเนติกส์” ไว้ว่า “การให้คำปรึกษา (counseling) รูปแบบหนึ่งในการเยียวยาความเจ็บป่วยทางร่างกายที่มาจากจิตใจและความเจ็บป่วยทางอารมณ์ รวมทั้งการพัฒนาชีวิต”

เทคนิคทางไดอะเนติกส์ จะนำคุณไปสู่ช่วงเวลาของความเจ็บปวด (ซึ่งหลายๆ ครั้งมักจะเป็นเรื่องที่ฝังอยู่ในจิตใจคุณมาเนิ่นนานเกินการหยั่งรู้ของคุณ!) ช่วยให้คุณจัดการกับอารมณ์ในแง่ลบ รวมทั้งรับรู้ถึงทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนั้นอีกครั้งอย่างรู้ตัวเต็มที่ จนมันไม่มีอิทธิพลใดๆ กับคุณอีกต่อไป เมื่อถึงจุดนั้น ความหดหู่ โศกเศร้า กังวล หรือสูญเสียจะหายไปอย่างสิ้นเชิง

ประโยชน์อื่นๆ ของไดอะเนติกส์

-            มีความกระตือรือร้นในชีวิตมากขึ้น
-            ประสาทสัมผัสรับรู้ได้ดีขึ้น
-            มีความสุขมากขึ้น
-            มีอุบัติเหตุน้อยลง
-            ลดความเครียดและความวิตกกังวล
-            เพิ่มพูนสติปัญญา
-            ตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ ได้เร็วขึ้น
-            ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างดีขึ้น
-            โอกาสในความสำเร็จมีมากขึ้น

กระบวนการเหล่านี้เรียนรู้ได้ไม่ยาก เป็นเครื่องช่วยชีวิตที่มีประสิทธิภาพมากทีเดียว ลองศึกษาสิ่งเหล่านี้ และหยิบคำแนะนำข้างต้นไปใช้  คุณเองก็สามารถฟื้นฟูชีวิตให้เพื่อนรักของคุณได้ อย่างเช่นที่ก้อยช่วยหนุ่ย เช่นกัน

-------------------------------------------
ข้อมูลอย่างครบถ้วนสมบูรณ์เกี่ยวกับไดอะเนติกส์ ศึกษาได้จาก หนังสือ “ไดอะเนติกส์: วิทยาศาสตร์สมัยใหม่เกี่ยวกับสุขภาพจิต” วางจำหน่ายที่ศูนย์หนังสือจุฬา ร้านดอกหญ้า และร้านหนังสือชั้นนำในจังหวัดชลบุรี
หรือเข้าฟังสัมมนาเกี่ยวกับไดอะเนติกส์ได้ที่:
ภาคตะวันออก วันที่ 9 – 10 มิถุนายน 2555 นี้ จัดที่สถาบันที่ปรึกษาและพัฒนาศักยภาพไลฟ์ ศรีราชา (LCIS) ติดต่อสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 081-899-2294, 086-035-0956
กรุงเทพฯ และพื้นที่อื่นๆ ติดต่อศูนย์ไดอะเนติกส์ ประเทศไทย โทร. 081-687-5243 หรือ 086-563-9031
เรียบเรียงจาก www.tipsforsuccess.org

ลิขสิทธิ์ภาษาอังกฤษ: "Copyright © 2011 TipsForSuccess.org. 
ลิขสิทธิ์ภาษาไทย: "Copyright © 2011 Life Consultant Institute of Siracha. 
All rights reserved. Grateful acknowledgment is made to L. Ron Hubbard Library for permission to reproduce selections from the copyrighted works of L. Ron Hubbard."  


 
Picture
ข้อบ่งชี้ 10 ประการที่แสดงว่า เงินกำลังควบคุมคุณอยู่

1. เป็นกังวลเรื่องเงินไม่พอใช้อยู่ตลอดเวลา
2. เฝ้าหวังอยู่ตลอดเวลาว่า ขอให้มีเงินช้อปปิ้งได้มากกว่าที่เป็นอยู่
3. เป้าหมายอย่างเดียวในชีวิตคือ ขอให้รวย แต่ไม่มีแผนการชัดเจนว่าจะทำอย่างไรให้รวย
4. ใช้เงิน เพื่อทำให้ตัวเองสบายใจ หายหดหู่
5. โทษคนอื่นเรื่องปัญหาการเงินของตัวเอง (เช่น รัฐบาล เจ้านาย หรือสามีภรรยา)
6. ตัดสินคนอื่นที่ฐานะทางการเงิน


7. โกหก โกง หรือขโมย เพื่อให้ได้เงินมา (การโกหกหรือโกงเล็กๆ น้อยๆ ก็แสดงว่าเงินกำลังควบคุมคุณอยู่!)
8.  เสี่ยงทางการเงินแบบไม่จำเป็น
9.  ผ่อนจ่ายสินค้าที่มูลค่าลดลงไปตามกาลเวลา เช่น รถยนต์ หรือเสื้อผ้าราคาแพง
10. อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ตามสภาพการเงิน มีเงินก็มีความสุข ไม่มีเงินก็อารมณ์เสีย

ข้อบ่งชี้ 10 ประการที่แสดงว่า คุณกำลังควบคุมเงิน

1. ตัดสินใจว่าจะซื้ออะไรสักอย่าง เก็บเงิน แล้วก็ซื้อหาสิ่งนั้นมาได้
2. ซื้อสิ่งของที่มูลค่าเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา
3. ลงทุนกับตัวเอง เช่น ศึกษาเพิ่มเติม หรือเข้าคอร์สพัฒนาตนเอง
4. บริจาคเงินให้กับการกุศล หรือกิจกรรมช่วยเหลือสังคมที่คุณเชื่อถือ แม้จะเป็นจำนวนเล็กน้อยก็ตาม
5. รักษาสัจจะทางการเงิน
6. เครดิตทางการเงินดี
7. จ่ายภาษีอย่างถูกต้อง
8. ไม่ปล่อยให้ใครมาโกงเงินคุณได้ง่ายๆ
9. ความสามารถในการหารายได้ และคุณค่าทางการเงินของคุณเพิ่มขึ้นทุกปีๆ
10.ใช้เงินเพื่อเป็นเครื่องมือไปสู่ความฝันและเป้าหมายของคุณ

5 วิธีในการควบคุมเงิน

1.         ใช้จ่ายเงินตามแผน

"THE LESS AMOUNT OF INCOME AN ORGANIZATION OR AN INDIVIDUAL HAS, THE MORE CAREFULLY AND WISELY FINANCIAL PLANNING MUST BE DONE." -- L. Ron Hubbard

“ยิ่งองค์กรหรือบุคคลคนหนึ่งมีรายได้น้อยเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องวางแผนทางการเงินที่รัดกุมและฉลาดขึ้นเท่านั้น” --
แอล รอน ฮับบาร์ด


 ถ้าคุณมีเงินเท่าไหร่ก็ใช้ไปเรื่อยๆ จนหมด หรือใช้อย่างสุรุ่ยสุร่าย นั่นแสดงว่าคุณไม่มีการวางแผน สิ่งที่ควรทำ คือเขียนแผนการเงินออกมา โดยตัดสินใจล่วงหน้าว่าจะใช้จ่ายเงินอย่างไร การวางแผนไว้ล่วงหน้านี้ จะเป็นการควบคุมการใช้จ่าย และช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้นด้วย เช่น

“ถ้าไปเรียนคอร์สนี้เพิ่มเติม เราจะได้ขึ้นเงินเดือน”
“ฉันจะเก็บเงินเดือนละ 5,000 บาท จนมีเงินพอซื้อรถได้”
“ถ้าฉันผ่อนบ้านที่ยอดขั้นต่ำไปเรื่อยๆ ก็จะเป็นหนี้ไปอีก 15 ปี! ฉันจะจ่ายหนี้แต่ละเดือนเพิ่มไปเดือนละ 1,500 บาท หนี้ก็จะหมดเร็วขึ้น บ้านก็จะเป็นของเราเร็วขึ้น!”

2.         อย่าใช้เงินเกินกว่าที่หาได้

 "Make all the money you can. Spend less than that. That's the simple ABC of financial control." --
L. Ron Hubbard

“หาเงินให้มากเท่าไหร่ก็ได้ตามที่คุณต้องการ แต่จงใช้ให้น้อยกว่านั้น หลักง่ายๆ ในการควบคุมเงินมีแค่นี้” –
แอล รอน ฮับบาร์ด


เวลาวางแผนทางการเงิน ควรจะคำนึงถึงหลักข้อนี้ เช่น “แต่ละเดือน ฉันจะแบ่งเงิน__________บาท ไว้สำหรับค่าเช่าบ้าน 10% เป็นค่าน้ำไฟและบิลรายเดือนอื่นๆ 10% เป็นค่าศึกษาเพิ่มเติม 10% ส่งให้พ่อกับแม่ 20% เป็นเงินออม ส่วนที่เหลือเป็นค่าอาหาร และค่าพักผ่อนหย่อนใจ เช่นไปดูหนัง หรือเที่ยวต่างจังหวัด

3.         เลิกเสียเวลาไปกับการหาเงินแบบไม่ต้องลงแรง

 "One has to produce something to exchange for money." "One exchanges something valuable for something valuable." -- L. Ron Hubbard
“คนเราต้องผลิตอะไรบางอย่างออกมา เพื่อแลกกับเงิน” “เราต้องแลกเปลี่ยนสิ่งที่มีคุณค่ากับอีกสิ่งหนึ่งที่มีคุณค่า” – แอล รอน ฮับบาร์ด

อย่าเล่นการพนัน ซื้อหวย หรือคดโกงคนอื่น อย่ารอโชคชะตา หรือหวังว่าใครจะเอาเงินมาหยิบยื่นให้ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน  ถ้าจะรวย ก็จงรวยแบบวิธีดั้งเดิมที่เชื่อถือได้ที่สุด นั่นก็คือ การผลิตและมอบสิ่งที่ดีมีคุณค่าให้กับผู้อื่น (เช่น ลูกค้า หรือคนที่เราทำงานให้) เพื่อให้ได้เม็ดเงินที่น่าพึงพอใจกลับมา คุณสมควรจะได้เงิน ก็ต่อเมื่อคุณลงแรงทำงานหาเงิน

4.         ผลิตผลงานให้มากขึ้น และพัฒนาคุณภาพของงานคุณขึ้นไปเรื่อยๆ 

 "Produce in abundance and try to give better-than-expected quality." -- L. Ron Hubbard
“ผลิตงานออกมาอย่างล้นเหลือในคุณภาพที่เหนือความคาดหวัง”  -- แอล รอน ฮับบาร์ด

เช่น ถ้าคุณเป็นช่างตัดผม ลองหาวิธีออกแบบทรงผมที่จะทำให้ลูกค้าดูสวยที่สุด ถ้าคุณเป็นพนักงานบริการลูกค้าทางโทรศัพท์ ลองหาวิธีที่จะทำให้รับโทรศัพท์ได้มากสายที่สุด และลูกค้าพอใจสูงสุด

5.         ก้าวหน้าไปเรื่อยๆ อย่างมั่นคง

"THE TOTALITY OF POWER IS ORDERLY PROGRESS." -- L. Ron Hubbard
“ทั้งหมดทั้งมวลของอำนาจก็คือ การก้าวหน้าอย่างเป็นระบบ” – แอล รอน ฮับบาร์ด

ติดตามความก้าวหน้าทางการเงินของตัวเองอยู่เสมอ เช่น เก็บสถิติยอดหนี้ และยอดเงินออมของตัวเอง แล้ววาดเป็นเส้นกราฟรายเดือนออกมา จะได้เห็นภาพอย่างชัดเจนว่าเส้นกราฟของเราคืบหน้าอย่างไรบ้าง สูงขึ้นเรื่อยๆ เสมอตัว หรือดิ่งลงเรื่อยๆ และแก้ไขได้ทันท่วงที

เมื่อคุณรู้และมั่นใจว่าสภาพการเงินของคุณพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ อย่างมั่นคง นั่นแสดงว่าคุณกำลังควบคุมเงินของตัวเองอยู่

และเมื่อคุณควบคุมเงินได้แล้ว คุณก็จะสามารถมุ่งความสนใจไปที่จุดหมายอื่นๆ ในชีวิตที่สำคัญ และมีคุณค่ามากกว่าเงิน 


เรียบเรียงจาก www.tipsforsuccess.org

ลิขสิทธิ์ภาษาอังกฤษ: "Copyright © 2011 TipsForSuccess.org. 
ลิขสิทธิ์ภาษาไทย: "Copyright © 2011 Life Consultant Institute of Siracha. 
All rights reserved. Grateful acknowledgment is made to L. Ron Hubbard Library for permission to reproduce selections from the copyrighted works of L. Ron Hubbard." 

 
Picture
คนหลายๆ คนต่างแสวงหาแรงกระตุ้นในการทำงาน หรือแรงบันดาลใจที่จะทำให้ไปถึงความฝันในชีวิต

แรงกระตุ้นนี้มีค่าไม่น้อยเลยทีเดียวค่ะ ถ้าเรามีชีวิตโดยปราศจากแรงกระตุ้น ชีวิตคงเฉื่อยชาน่าดู คนแต่ละคนมักแสวงหาแรงกระตุ้นที่แตกต่างกันออกไป หรือบางคนก็ไม่ต้องการแรงกระตุ้นอะไรเลย (“ชีวิตฉันคงต้องปล่อยไปตามยถากรรม” หรือ “มันสุดแล้วแต่โชคชะตา”)

ในโลกใบนี้ เราแบ่งสถานะของเราได้กว้างๆ เป็นสองสถานะ คือ 1) ถ้าเราเป็นผู้ทำให้สิ่งต่างๆ เกิดขึ้น นั่นแสดงว่า เราอยู่ในสถานะ “ผู้ก่อ” (cause) หรือ 2) ถ้าเราเป็นผู้ถูกสิ่งอื่นๆ กระทำ แสดงว่าเราเป็น “ผลกระทบ” (effect)


แล้วการเป็น “ผู้ก่อ” หรือ เป็น “ผลกระทบ” นี้ เกี่ยวอะไรกับแรงกระตุ้นในการดำเนินชีวิต?

คนหลายพันคนชอบเข้าฟังสัมมนา หรือซื้อซีดีสร้างแรงจูงใจมาฟัง โดยหวังว่าวิทยากรจะช่วยปลุกไฟภายในตัว และให้พลังที่พวกเขาจะก้าวต่อไปข้างหน้า คนเหล่านี้ชอบเป็น “ผลกระทบ” ของวิทยากร

คนอีกกลุ่มหนึ่งหันไปหาแรงกระตุ้นจากยา รับประทานยาเข้าไปแล้วมีกำลังวังชามหาศาล คนกลุ่มนี้ยอมเป็น “ผลกระทบ” ของยา

พนักงานบางคนที่คอยให้เจ้านายมากระตุ้นก็เป็นประเภท “ผลกระทบ” เหมือนกัน  ไม่ทวงงาน ก็ไม่ส่งงาน ไม่มีโบนัสงามๆ งานก็ไม่เดิน

ความจริงก็คือ คนทุกคนสามารถสร้างแรงกระตุ้นให้กับตนเองได้ เราสามารถเป็น “ผู้ก่อ” ได้ด้วยกันทั้งสิ้น!

“แรงกระตุ้นเป็นเรื่องของอนาคต เป็นคำถามที่ว่า ‘ฉันต้องการอะไร? ‘ ‘พวกเราต้องการอะไร?’ เป็นการก่อให้เกิดผล และถ้าแรงกระตุ้นนั้นน่าสนใจ มันก็จะดึงเรามุ่งไปข้างหน้าเพื่อเข้าไปหามัน” – แอล รอน ฮับบาร์ด

มาดูตัวอย่างกันค่ะ มีเรื่องเล่าอยู่เรื่องหนึ่งของชายสามคนที่กำลังสร้างโบสถ์หิน มีคนถามชายทั้งสามว่า พวกเขากำลังทำอะไรกัน ชายคนแรกตอบว่า ตนกำลังทลายก้อนหิน คนที่สองตอบว่า กำลังทำมาหากิน ส่วนคนที่สามตอบว่า กำลังสร้างมหาวิหาร

คุณคิดว่า ชายคนไหนที่มีแรงกระตุ้นในการทำงานมากที่สุด?

แน่นอน ชายคนที่สาม

“มหาวิหาร” เป็นภาพในอนาคตที่น่าตื่นเต้น และน่าสนใจ ซึ่งนั่นแหละคือสิ่งที่ผลักดันชายคนที่สามให้เพียรสร้างมหาวิหารของเขาอย่างแข็งขัน ไม่ย่อท้อ!

ความไม่มั่นใจในความสามารถของตัวเอง ความกลัวว่าอนาคตจะไม่เป็นอย่างที่คุณฝัน ความหวังอันเลือนลางริบรี่ สิ่งเหล่านี้ทำให้คุณไม่มีแรงผลักดันที่จะก้าวไปข้างหน้า ที่สำคัญ ถ้าอนาคตที่คุณวางไว้ไม่น่าสนใจพอ หรือไม่รู้เลยว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ยิ่งทำให้คุณไม่มีแรงกระตุ้นอะไรเลย คุณจะตกเป็น “ผลกระทบ”ของงาน เจ้านาย หรือปัญหารอบตัว

ในทางกลับกัน ถ้าคุณบอกกับตัวเองได้อย่างชัดเจนว่า คุณต้องการอะไรในอนาคต นั่นคือก้าวแรกของการเป็น “ผู้ก่อ” และถ้าอนาคตนั้นน่าสนใจ นั่นคือแรงกระตุ้นอันวิเศษของคุณ!  

คำแนะนำ

1. หยุดคาดหวังว่าอะไร หรือใครจะเป็นแรงกระตุ้นให้คุณ เลิกคิดว่า “ฉันจะตื่นเต้นมาก ถ้ามีใครให้..... กับฉัน” “ฉันจะไม่ขยันทำงานจนกว่า...” “ชีวิตฉันจะดีขึ้นถ้ามีใคร...”

ในทางตรงกันข้าม จงเริ่มรับผิดชอบชีวิตตนเอง โดยการฝึกเป็น “ผู้ก่อ” และสร้างแรงกระตุ้นให้ตัวเอง โดยการบอกกับตัวเองว่า “ฉันเองที่จะทำให้ตัวเองรู้สึกตื่นเต้นกระตือรือร้นในชีวิต ฉันจะตั้งใจทำงานเพื่อไปถึงฝันของฉัน ฉันจะเปลี่ยนชีวิตตัวเองให้ดีขึ้น!”

2. เขียนทุกสิ่งที่คุณต้องการในอนาคตออกมา วันนี้คุณต้องการอะไร? สัปดาห์นี้ ปีนี้ หรือชีวิตนี้ทั้งชีวิต คุณต้องการอะไร? เขียนไปเรื่อยๆ จนกระทั่งคุณรู้สึกว่ามีแรงบันดาลใจขึ้นมา

3. มองหาสิ่งที่น่าสนใจสำหรับคุณ เช่น “ใช้หนี้ให้หมด” ย่อมไม่น่าสนใจหรือเป็นแรงกระตุ้นได้ดีเท่ากับ “เป็นเศรษฐีพันล้านที่ปราศจากหนี้!”

คุณเลือกได้ว่าจะเป็น “ผู้ก่อ” หรือ เป็น “ผลกระทบ” ในการสร้างแรงจูงใจให้ตนเอง เมื่อวาดอนาคตที่น่าสนใจให้กับตัวคุณเองได้แล้ว จงใช้สิ่งนั้นเป็นแรงกระตุ้น อนาคตนั้นเป็นเสมือนยอดเขาที่คุณกำลังจะเดินทางไปถึง มองที่ยอดเขานั้นไว้เสมอ อย่าลดละสายตาไปจากมัน นั่น คือแรงกระตุ้นที่ดีที่สุดที่จะทำให้คุณไปถึงเป้าหมายของคุณ
เรียบเรียงจาก www.tipsforsuccess.org

ลิขสิทธิ์ภาษาอังกฤษ: "Copyright © 2011 TipsForSuccess.org. 
ลิขสิทธิ์ภาษาไทย: "Copyright © 2011 Life Consultant Institute of Siracha. 
All rights reserved. Grateful acknowledgment is made to L. Ron Hubbard Library for permission to reproduce selections from the copyrighted works of L. Ron Hubbard."